ทริปสั้นฮีลใจ: เที่ยวเกาะสีชัง 2 วัน 1 คืน ใกล้กรุง แต่ฟีลทะเลเต็มร้อย

หากกำลังมองหาทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาไม่มากแต่ได้พักผ่อนเต็มที่ เกาะสีชัง คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ที่สุด เกาะเล็ก ๆ ในจังหวัดชลบุรีแห่งนี้มีทั้งทะเล วิวพระอาทิตย์ตก วัดเก่าแก่ คาเฟ่เล็ก ๆ และวิถีชีวิตสบาย ๆ ของชุมชนบนเกาะ

ทริปนี้เราเลือกออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด เพื่อให้มีเวลาเที่ยวบนเกาะได้อย่างเต็มที่

ออกเดินทางสู่เกาะสีชังตั้งแต่เช้ามืด

การเดินทางเริ่มต้นตั้งแต่ตี 4 ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยัง ท่าเรือเกาะลอย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ก็ถึงท่าเรือประมาณ 06.10 น.

เรือโดยสารเที่ยวแรกออกเวลา 07.00 น. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็ถึงเกาะสีชังราว 08.00 น. เมื่อขึ้นฝั่ง รถของรีสอร์ทมารับไปเก็บสัมภาระที่ที่พัก ก่อนจะเริ่มต้นวันแรกของการเที่ยวเกาะด้วยมื้อเช้าแบบง่าย ๆ อย่างโจ๊กและต้มเลือดหมู เติมพลังให้พร้อมสำหรับการออกสำรวจเกาะ

เปิดทริปสายบุญ ไหว้พระเสริมสิริมงคล

จุดแรกของทริปคือการทำบุญที่ วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร พระอารามหลวงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของเกาะสีชัง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงที่เกาะสีชังเคยเป็นสถานที่ประทับตากอากาศของราชสำนัก

จากนั้นแวะสักการะ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะและนักท่องเที่ยวนิยมมาขอพร ก่อนจะไปต่อที่
วัดถ้ำเขาพระจุลจอมเกล้า เพื่อไหว้รอยพระพุทธบาทและชมวิวทะเลจากมุมสูง

เดินเล่นชมวิวทะเลที่ช่องเขาขาด

หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเกาะคือ ช่องเขาขาด ที่นี่มีทางเดินเลียบหน้าผาริมทะเล ให้ได้ชมวิวทะเลกว้างสุดสายตา พร้อมลมทะเลเย็น ๆ ที่พัดผ่านตลอดเวลา เป็นอีกจุดที่เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพ

มื้อเที่ยงกับอาหารทะเลรสจัดจ้าน

หลังจากเที่ยวช่วงเช้า เราแวะทานมื้อกลางวันที่ร้านกระเพราปูบนเกาะ เมนูที่ห้ามพลาดคือกระเพราปูและต้มยำรสแซ่บ จัดจ้านแบบอาหารทะเลสด ๆ ของชาวประมง

อิ่มแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่รีสอร์ทเล็กน้อย ก่อนจะออกเที่ยวต่อในช่วงเย็น

ชมพระอาทิตย์ตกที่ปลายแหลมของเกาะ

ช่วงเย็นเราแวะไปดู หาดถ้ำพัง ชายหาดหลักของเกาะ ก่อนจะไปต่อที่ แหลมจักรพงษ์ หรือที่นักท่องเที่ยวหลายคนเรียกว่า “ถ้ำทะลุ” จุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของเกาะ

บริเวณนี้มีลานทุ่งหญ้าและชะง่อนผายื่นออกไปในทะเล เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมาก โดยเฉพาะช่วงที่แสงเย็นกำลังตกกระทบผิวน้ำ

แลนด์มาร์กห้ามพลาดของเกาะสีชัง

ก่อนจบวันแรก เราแวะไปที่ สะพานอัษฎางค์ ภายในพื้นที่ของ พระจุฑาธุชราชฐาน

สะพานไม้สีขาวที่ยื่นออกไปในทะเลแห่งนี้ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะสีชัง และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว จากนั้นแวะลงเล่นน้ำทะเลเล็กน้อย ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยการเดินกินของอร่อยที่ถนนคนเดินในช่วงเทศกาลสงกรานต์บนเกาะ

เมนูมื้อเย็นง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข ทั้งข้าวต้มรวมมิตร ยำหอยนางรม ก๋วยจั๊บ และไส้กรอกอีสาน ก่อนจะกลับไปนั่งชิลที่รีสอร์ท จิบเบียร์เบา ๆ พร้อมเสียงคลื่นทะเลเป็นเพลงกล่อมยามค่ำคืน

เช้าวันใหม่กับกาแฟริมทาง

เช้าวันที่สอง เริ่มต้นวันด้วยกาแฟสดที่ร้านเล็ก ๆ ชื่อ หลัก 8 (ใกล้ท่าเรือเทววงษ์ (หรือที่บางคนเรียกว่า ท่าล่าง)

ร้านกาแฟริมทางบรรยากาศสบาย ๆ ที่มีกาแฟให้เลือกหลายเมนู หาซื้อปาท่องโก๋แถว ๆ นั้นมากินคู่กัน เป็นมื้อเช้าเรียบง่ายที่เข้ากับบรรยากาศของเกาะอย่างลงตัว

หลังจากนั้นกลับไปเก็บสัมภาระที่รีสอร์ท และนั่งเรือข้ามกลับฝั่ง

ปิดทริปด้วยมื้อเที่ยงวิวทะเล

เมื่อกลับมาถึงฝั่งที่ศรีราชา เราแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านมุมลับราดหน้านายซอ

ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด ๆ และวิวทะเลหลักล้าน ใกล้สะพานปลา เป็นการปิดท้ายทริปเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสุข ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

เกาะสีชังอาจเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ใกล้กรุง แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของทะเล วิถีชีวิต และความสงบที่ทำให้การพักผ่อนเพียง 2 วัน 1 คืน กลายเป็นทริปที่ช่วยเติมพลังใจได้อย่างดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *