รายการโหนกระแส วันที่ 18 พ.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” เปิดใจทุกประเด็นร้อน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ คุณแม่ฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินคืน มาพร้อม “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู”

เป็นเรื่องราวใหญ่โตเป็นที่จับตาของสังคม เรื่องราววันนี้ที่นำเสนอเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ๆ เป็นความรุนแรงในครอบครัว หลายคนก็ตั้งคำถามมาถึงตัวผม ว่าผมจะทำเรื่องนี้หรือเปล่า มีนักข่าวถามผมว่าจะเชิญคู่กรณีสองฝั่งซึ่งเป็นพี่น้องมาออกรายการพร้อมกันมั้ย จะรับจบ รับเคลียร์ให้มั้ย ผมตอบนักข่าวว่าผมทำไม่ได้ เพราะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องที่เขาน่าจะต้องตกลงกันเองหลังบ้าน แต่ก็ยินดีสัมภาษณ์ฝ่ายใดฝ่ายนึง แต่คงไม่ลงลึกมาก เพราะมีกฎของ กสทช.ที่คุมอยู่ วันนี้เราจะทำรายการภายใต้กฎกสทช.และแน่นอนข้อกฎหมายคุ้มครองเรื่องราวความรุนแรงในครอบครัว พศ.2550 ล่าสุดกสทช.ออกหนังสือด่วนที่สุดในการระมัดระวังนำเสนอเรื่องราวความรุนแรงในครอบครัว คนอาจสงสัย ทำไมเรื่องผัวเมียทำได้ อันนั้นอีกกรณี อีกเคสนึง แต่ความรุนแรงในครอบครัว หมายความว่า พ่อฆ่าลูก พ่อข่มขืนลูก แม่ข่มขืนลูก ลูกข่มขืนแม่ พี่น้องละเมิดทางเพศต่าง ๆ นานา อันนี้อยู่ในพรบ.ปี 2550 อยู่แล้วในการนำเสนอ ฉะนั้นวันนี้คงสัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่ลงลึกมาก เพื่อไม่ให้เป็นการไปข่มขืนใจซ้ำ เชื่อว่าหลายคนสงสัย ทราย สก๊อต เป็นอะไรกับหลุยส์ สก๊อต?
ทราย : ไม่ครับ ถ้าเขาเป็นพี่ชายเราก็ดีนะครับ เขาใจดี (หัวเราะ) เคยเจอแล้วครับ
เรียนที่ไหน จบที่ไหน?
ทราย : เรียนที่ไทยก่อนไปเรียนที่สหรัฐฯ ครับ
อยู่ที่โน่นกี่ปี?
ทราย : 6 ปีครับ กลับมาที่ไทยตั้งแต่ 6 ปีที่แล้วครับ

กลับมาแล้วเป็นนักอนุรักษ์เลยมั้ย?
ทราย : ประมาณนั้นครับ จริง ๆ ตอนที่ทรายไปอยู่ต่างประเทศ ทรายใช้เวลาบำบัดตัวเองกับจิตวิทยา เราไปทำงานกับหมอที่เป็นจิตแพทย์ และค่อย ๆ อันล็อกเรื่องต่าง ๆ ที่เราเจอตอนเด็ก ๆ ครับ ด้วยจังหวะโควิดเราต้องกลับมา พร้อมเผชิญเรื่องนี้ ตอนกลับมาปีแรกก็เริ่มบอกคนในครอบครัวแล้วว่าเราเจออะไรบ้าง เมื่อสิ่งที่เราพูดไป มันไม่ค่อยมีน้ำหนัก สุดท้ายจากที่อยู่กับครอบครัวที่หัวหิน หรือกรุงเทพฯ เราก็ไปภาคใต้ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ครับ
เป็นนักอนุรักษ์เลย ทรายไปทำอะไร?
ทราย : อยู่กับทะเลครับ ว่ายน้ำ เก็บขยะ รู้สึกว่าเขาเป็นที่เดียวที่เยียวยาจิตใจเราได้ครับ งานทุกแบบที่เราหาเหตุผลจะอยู่กับทะเล แล้วก็ขอบคุณเขาทุกวันครับ เราก็เก็บขยะกับอุทยาน เป็นเจ้าหน้าที่ ว่ายน้ำทุกอย่างครับ นั่นคืองานที่เราทำมา 6 ปีครับ
ทรายเข้าป่าอีก?
ทราย : มันคือความสุขของเราครับ เรารู้สึกว่าตอนเราอยู่กับธรรมชาติ
ไปดับไฟป่าที่เชียงใหม่ รู้ว่ามี หรือเราอยู่อยู่แล้ว เราไปเที่ยวแล้วเกิดไฟป่า?
ทราย : เราเป็นห่วงทรัพยากรครับ เมื่อเรารู้ว่ามีปัญหา เราก็หาทางไป และเรียนรู้เรื่องปัญหา เราอยากเข้าใจทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมครับ
ล่าสุดไปลุยเรื่องช้างสีดอ ทำไม ไปเจอแม่ตุ๊ก เดือนเต็มเหรอ?
ทราย : บางทีทรายรู้สึกว่าเหมือนเราอยากเป็นเสียงให้กับสิ่งที่ไม่มีความยุติธรรมครับ รู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องทำครับ
จะบอกว่าอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้กับสิ่งที่ไม่สามารถเรียกได้ เพราะตัวทรายเองก็ได้รับแบบนั้นเหมือนกัน?
ทราย : ครับ

ต้องมีใครสักคนอาจต้องหยิบยื่นดูแลสัตว์เหล่านี้?
ทราย : ทรายรู้แค่ว่าในวันที่ทรายไม่ได้มีครอบครัว ทรายมีแต่ทะเลครับ กับทรัพยากร (ร้องไห้) เขาเหมือนพ่อที่เราไม่เคยมี เขาเป็นแม่ที่เราไม่เคยมีครับ เขาไม่เคยทำร้ายเรา (ร้องไห้) ตอนทรายอยู่ในธรรมชาติ ทรายรู้สึกว่า เราเป็นมากกว่าผู้ชายที่โดนข่มขืนครับ (ร้องไห้) มากกว่าผู้ชายที่โดนครอบครัวทิ้งครับ (ร้องไห้) เหมือนเราต้องเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ตอนเด็กครับ ตอนทรายเด็ก ๆ ทรายหวังว่าจะมีคนมาช่วยเราหรือช่วยสิ่งอื่น ๆ เราโตขึ้น เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่มีจริงถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเป็นเองครับ ทุกวันที่ทรายได้เป็นตัวเอง ที่มันชัดเจน ทรายรู้สึกว่าเราได้พักความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเราไปห่างขึ้นครับ
ขอถามทรายตรงไปตรงมา ขอโทษจริง ๆ ถ้ากระทบความรู้สึกทราย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เท่าที่ตามเรื่องของทราย ทรายถูกกระทำหลายปี ทรายเยียวยาตัวเองยังไง ปรึกษาใครมั้ย หรือได้คุยกับใครมัย?
ทราย : นอกจากเพื่อน ๆ และคุณแม่บุญธรรมทราย ก็ไม่ได้มีใครที่คุยด้วยครับ ก็พยายามไปทีละวัน ๆ อยู่กับธรรมชาติครับ
อยู่ได้ยังไง ถ้าเป็นพี่คงคับอก จนอกแตก?
ทราย : ทรายเป็นคนที่มีความหวังครับ ทรายแค่พยายามดูว่ามีใครที่จะช่วยเราได้มั้ยในครอบครัว เราพยายามเก็บความหวังไว้ครับ วันนี้เราก็ไม่มีความหวังในเรื่องนั้นแล้วครับ
สังคมส่วนนึงคงอยากรู้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปี ทำไมทรายเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ทรายทำไมไม่มีการออกมาพูดก่อนหน้านี้ ทำไมเพิ่งออกมาพูด?
ทราย : เพราะคุณตาสอนให้เรารักครอบครัวครับ (ร้องไห้) ทรายโตมาในครอบครัวที่คุณตาเขาเลี้ยง พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาสอน จิตวิญญาณเขาที่ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ครับ (ร้องไห้) ทรายไม่อยากออกมาพูด เพราะว่ามันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเราครับ แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว ทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิญญาณของคุณตาไว้เลยครับ วันที่ทรายตื่นตัว ทรายคิดว่าคุณตาคงไม่ได้อยู่แล้วครับ เขาไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วครับ ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเองครับ แต่ทรายคิดว่ามันหมดแล้วครับ (ร้องไห้)
ทรายไม่เคยออกมาพูด เพราะจำคำคุณตาได้ คำที่บอกว่าต้องรักครอบครัว ต้องโปรเทคครอบครัว?
ทราย : ทรายคิดว่าถ้าคุณตาเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ (ร้องไห้) เขาคงบอกให้เราเดินออกเหมือนกันครับ มันหมดความหวังในเรื่องนี้กับคนพวกนี้แล้วครับ (ร้องไห้)
ทรายไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้คุณตาฟัง?
ทราย : คุณตาเขาตายประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วครับ ทรายยังไม่ได้มีโอกาสที่จะบอกครับ
ทรายสนิทกับคุณตา อะไรคือฟางเส้นสุดท้าย?
ทราย : ตอนแม่เขาฟ้องร้องเราครับ ผมเห็นว่ามันไม่มีจุดหยุดของผู้หญิงคนนี้ครับ ตอนที่ผมกลับมาที่หัวหิน 6 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้กะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชายเลย ผมยังไม่พร้อม แต่ผมบอกคุณแม่เรื่องพี่เลี้ยง วันที่พี่เลี้ยงเขาถูกไล่ออก เขาโทรไปบอกแม่ เขาขู่ว่าเขารู้เรื่องพี่ทรายครับ แม่ก็เรียกเรามาคุย และบอกว่าเรื่องนี้มันจริงมั้ย เราบอกจริง แม่บอกห้ามบอกใครครับ ตอนนั้นทรายไม่ได้คิดมาก ว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่คนจะไม่แก้ไขอะไรเลย ทรายแค่คิดว่าทรายได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว ทรายปลอดภัยในครอบครัว เพราะพี่เลี้ยงก็ไม่อยู่แล้ว สักพักนึง แม่เขาก็ไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของบ้านด้วย เขาบอกว่าเป็นบ้านของเขา ทรายก็ได้สูญเสียครอบครัวตัวเอง ความปลอดภัยในบ้านอีกครั้งนึง ก็เก็บทุกอย่างในบ้านที่เราพอเอาไปได้ เสื้อผ้า แปรงสีฟัน แชมพู หนีไปอยู่ภาคใต้ครับ
ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทราย : 2020 ครับ
6 ปีก่อน เรื่องนี้ฝังในใจทรายมา 6 ปี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทรายอยากพูดอยากระบายเพื่อโปรเทคตัวเอง คุณแม่สามารถชี้แจงทางไหนก็ได้ เพื่อความเป็นธรรมของคุณแม่ด้วย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าทรายพูดอยู่มุมเดียว ก็เป็นสิทธิ์คุณแม่ต้องออกมาดีแคร์ตัวเองเหมือนกัน
เรื่องราวที่ดินเกิดอะไรขึ้น?
ทราย : ต้องเล่าว่าทรายเพิ่งมารู้ว่าทรายเป็นเจ้าของ หนึ่งในเจ้าของที่ดินในหัวหิน 2 ปีที่แล้ว เพราะว่าตลอดมา คุณแม่บอกว่าเป็นที่ของเขา นั่นคือข้อความที่เขาส่งมา ทุกคนคงเห็นแล้วล่ะ เขาบอกเป็นที่ของเขา ทะเบียนบ้านหมด ต้องไปต่อทะเบียน เขาต้องการลายเซ็นของเรา นั่นคือจุดที่เรารู้ว่าเราคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น 2 ปีนั้น ทรายจ่ายภาษีในที่ดินส่วนของทรายและพายเองครับ
ที่ดินตรงนั้นมีหลากหลายแปลง?
ทราย : แค่แปลงส่วนของทราย จะแบ่งกับพายครับ
แปลงนั้นคุณตามอบให้สองคน?
ทราย : ใช่ครับ เขาโอนให้แม่ก่อนเพื่อลดหย่อนภาษี แม่ก็โอนมาให้เราภายใน 4 เดือนนั้น ไม่ได้ทิ้งไว้นานครับ
แล้วเกิดอะไรขึ้น?
ทราย : เขาฟ้องเราครับ อยากเอาที่ดินตรงนั้นคืนครับ ในคดีฟ้องเขาก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูกเนรคุณ สำหรับสิ่งที่เราพูด เรื่องพี่เลี้ยงที่เราเล่าให้ทุกคนฟัง มันเป็นเรื่องจริงที่แม่ผมจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนผมกลับมาทำงานในบ้านเพื่อไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ นั่นคือเรื่องที่ทรายต้องแบกมา 6 ปีครับ พี่เลี้ยงคนนี้สรุปแล้วครอบครัวทรายไม่ดำเนินคดีนะครับ เขายังอยู่ที่เพชรบุรี วิ่งไปไหนไม่รู้ หลังทรายเขียนเรื่องออกมา เขาวิ่งหนีไป แม่ทรายไม่เคยดำเนินคดี ไม่เคย เขาจ้างเขากลับมาทำงาน ก็ไม่มีคำบรรยายมากกว่านั้นครับ
ที่ดินตกลงมันยังไง?
ทนายสายหยุด : ที่น้องเอามาไม่มีตัวฟ้อง มีแต่พินัยกรรม แล้วก็บัญชีพยาน น้องมีอีกมั้ย มีคำฟ้องมั้ย
ฟ้องด้วยสาเหตุอะไร?
ทนายสายหยุด : อาจเป็นการถอนการให้ ด้วยประพฤติเนรคุณครับ
ทราย : ใช่ครับ แต่เขาใส่พี่ชายผมเป็นพยานในคดีเนรคุณครับ
ทนายสายหยุด : ถ้าคุณแม่หรือแม่หรือพ่อ หรือปู่ย่าตายาย ผู้สืบสันดาน ถ้ายกทรัพย์สินให้ตัวเรา ถ้าอยู่มาเขาอ้างเราเนรคุณ มันเป็นเหตุเพิกถอนการให้ เพิกถอนเอาที่ดินคืนได้ เขาอ้างอย่างนั้น คุณแม่ก็อ้างน้องประพฤติเนรคุณ ไม่ว่าจะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงทำให้เสียหาย แต่น้องบอกว่าที่ตรงนี้คุณตาเจตนายกให้น้องแต่ต้น
ทราย : ใช่ครับ แล้วสิ่งที่เราเล่า ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงเสียหายครับ
ทนายสายหยุด : มันมีสองประเด็นครับ ถ้าคุณตาเจตนายกให้น้องทราย นิติกรรมแรกที่คุณตาโอนให้คุณแม่ คือนิติกรรมอำพราง เจตนาจริง ๆ คุณตาต้องการให้หลานทีเดียว
พิสูจน์ยังไง?
ทนายสายหยุด : น้องเขาต้องยืนยันว่าตายกให้ บุคคลทั่วไปทราบ ผมไม่อยากใช้คำว่าหลบเลี่ยงภาษีเนอะ อำพรางวางแผนภาษีดีกว่า เพราะอัตราภาษีมันต่างกัน คุณตาโอนให้ลูกตัวเอง เสียแค่อากรแสตมป์ 50 ตังค์ของราคาประเมิน เสียค่าธรรมเนียมการโอนแค่ 50 ตังค์ของราคาประเมินเช่นกัน เสียแค่สองฐาน แต่ถ้าคุณตาโอนให้น้องทรายเลย จะมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดางอกขึ้นมาอีก ตามราคาประเมิน ซึ่งการจ่ายภาษีจะสูงมาก คนที่เขารู้ช่อง เขาก็โอนให้ลูกตัวเองก่อน แล้วให้ลูกโอนต่อไปที่หลาน มันก็เซฟตรงนี้ลงไป
ทราย : ซึ่งทรายมีน้า มีที่ดินหัวหินแปลงข้าง ๆ กัน ในเวลาเดียวกัน เขาก็โอนให้ลูก รุ่นหลานเหมือนกันหมดครับ ทุกคนทำหมดครับ
ทนายสายหยุด : น้องก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าที่ไม่ใช่ของแม่ เพราะตาไม่ได้เจตนาให้แม่ ตอนให้ตายังมีชีวิตอยู่ ถ้าตามีชีวิตอยู่ ที่ดินแปลงนี้ไม่ใช่มรดก

มันเป็นกรณีศึกษาเหมือนกัน ไม่เคยทราบ ไม่เคยผ่านตา อยากทราบว่าผู้เป็นแม่สามารถฟ้องลูกในฐานะเนรคุณ สามารถยึดสิ่งของกลับคืนได้เหรอ?
ทนายสายหยุด : มีค่อนข้างบ่อยครับ เป็นเคสชาวบ้านทั่วไป เขาคิดว่าเขาตายไปแล้ว ต้องมาจัดการมรดกอีก เขาก็กลัวลูกมาทะเลาะกัน เขาก็พยายามจำหน่ายจ่ายโอนให้ลูกแต่ละคน พออยู่ไปสักระยะ ลูกที่ได้ทรัพย์สินไป ทิ้ง ไม่ดูแล มาด่าเขาอีก ไม่ส่งเสียเลี้ยงดู กฎหมายก็เลยมีอยู่มาตรานึง เพิกถอนการให้ได้ เพราะลูกประพฤติเนรคุณ ประพฤติเนรคุณคือด่าทอหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย อายุมากแล้วไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเขา เพราะกฎหมายก็ต้องป้องกันลูกที่ได้ทรัพย์สินแล้ว ทิ้งพ่อทิ้งแม่ กฎหมายเขาเขียนเจตนาไว้ดีครับ
กรณีที่ทรายออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง ในมุมตัวเอง ซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ มุมของทราย ทรายบอกว่าถูกกระทำแบบนี้ ผู้เป็นพ่อผู้เป็นแม่ สามารถหยิบยกตรงนี้ไปอ้างกับศาลได้มั้ยว่าไปพูดแบบนี้ทำให้ฉันเสียหาย ทำให้ตระกูลเสียหาย?
ทนายสายหยุด : จากแนวทางคำพิพากษาที่เคยมีลักษณะนี้ยังไม่เคยมี แต่แต่ไปด่าว่าอีนั่น อีนี่ อีแก่ อีโง่ แบบนี้เรียกว่าเนรคุณ ยังไม่เคยมีเคสเหมือนที่น้องพูด เขาบอกแม่ว่าเขาโดนกระทำแบบนี้ จากพี่เลี้ยง แต่แม่แทนที่จะคุยกับลูก ก็บอกว่าอย่าพูดเรื่องนี้นะ พอน้องพูดปั๊บกลายเป็นเนรคุณ ผมว่ามันก็ไม่ถึงขนาดนั้น เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมว่าไม่น่าใช่เรื่องเนรคุณ เพราะน้องเขาพยายามสื่อความจริงว่าคนนี้เคยทำแบบนี้กับผม แล้วทำไมต้องจ้างกลับมาทำงาน พี่ก็เคยทำแบบนี้ แต่กลายเป็นว่าแม่ไม่พอใจ อย่าพูดนะ ถ้าพูดไป น่าจะเสียชื่อเสียงมากกว่า
เป็นแบบนั้นหรือเปล่า?
ทราย : ระหว่าง 4-5 ปีที่ทรายแทบไม่กลับไปอยู่ที่บ้านหัวหิน พี่กับแม่ก็ไปเที่ยวกันตลอดครับ อยู่กับพี่เลี้ยงที่ขืมขืนทราย อยู่กับพี่ชายที่ข่มขืนทราย อยู่ด้วยกัน 3 คน
แม่เราอ้างว่าเราเนรคุณเขาเรื่องอะไร?
ทราย : ในคำฟ้องเขาบอกว่า..จริง ๆ เรื่องใหญ่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รายการตีท้ายครัวครับ เพราะในรายการนั้น มีช่วงนึงทรายบอกว่าเขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน เขาหาว่าทรายไปพูดอย่างนั้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ซึ่งตั้งแต่รายการตีท้ายครัวมา คนอื่นในครอบครัวก็เริ่มหนาว ๆ กับทราย มีแชตอันนึงที่ทรายปริ้นต์ออกมาให้ มีน้าส่งมาให้ทราย หลังตีท้ายครัวออกนะครับ เขาเขียนมาว่า ทรายครับ ทรายต้องไม่พูดเรื่องแม่หรือพายอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องราวอยู่แล้ว ควรจบตามสัญญาที่เซ็นตอนตกลงจะให้เงินเราทุกปี ตอนนี้คนในตระกูลภิรมย์ภักดีไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่ เขากำลังจะฟ้องเรา ว่าเราเป็นลูกทรพี ซึ่งตรงนี้ทรายควรปรึกษาทนายของทรายนะว่ามันเป็นไปได้มั้ย
อันนี้ที่คนส่งมาเตือน ต้องเรียนว่าพอเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูล เท่าที่รับทราบมา ในตระกูลจะมี 3 สาย จากท่านเจ้าพระยาภิรมย์ภักดี มีทายาทออกมา 3 สาย ของทรายอยู่สายที่ 3 คือมีคุณตั๊น อยู่ทางคุณตาทราย คุณต๊อดอยู่อีกสายนึง คือสายคุณสันติ และอีกสายคือพี่จ๊ะอยู่ตรงกลาง สายนี้ที่ส่งข้อความมาหาทราย?
ทราย : ใช่ครับ แต่ทรายขอความช่วยเหลือสายอื่นด้วยครับ ลุงสันติทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ จริง ๆ ลุงสันติได้ฟังเทปของพี่ชาย ขอความช่วยเหลือเขามา 4 เดือนแล้วครับ ตั้งแต่รู้ว่าเขาจะฟ้องเรา ก็ไม่ได้มีอะไรมา ลุงก็บอกให้ทรายไปขอโทษแม่ครับ แล้วพี่ต๊อด ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ 3 ปีที่แล้วครับ ทรายเคยส่งภาพรถทรายมีแต่สัมภาระของทราย บอกว่าแม่ทรายทำแบบนี้ ครอบครัวทรายไม่ได้ช่วยทราย จริง ๆ ทรายมีแชตหมดนะครับ ที่ทรายขอความช่วยเหลือ ลุงสันติ พี่ต๊อด น้าต่าง ๆ
ที่เขามีการฟ้องทราย ตกลงสาเหตุเกิดจากกรณีที่บอกเราเป็นลูกเนรคุณ โดยสาเหตุมาจากเราไปออกรายการตีท้ายครัว?
ทราย : เรื่องพี่เลี้ยงครับ
อันนั้นเป็นการบอกได้มั้ยว่าเราปกป้องตัวเอง?
ทนายสายหยุด : น้องก็พยายามพูดแบบนั้น แจ้งคุณแม่ แต่ทีนี้ความเห็นคุณแม่ไม่ตรงกัน ก็อ้างว่าทำให้เขาเสียหาย เป็นเหตุว่าการไม่เชื่อฟัง พูดให้เขาเสียหาย แม่ก็อ้างตรงนี้ว่าเป็นเหตุเนรคุณ
ถ้ามองเร็ว ๆ คิดว่าเข้ามั้ย?
ทนายสายหยุด : มันต้องตีความ เพราะมันต้องตีบริบทภาพรวม เพราะยังไม่มีลักษณะนี้ เหมือนลักษณะขัดคำสั่งคุณแม่มากกว่า ไม่ใช่จะไปเนรคุณ หรือไปด่าแม่ ลักษณะแม่บอกอย่าเอาเรื่องในบ้านที่มันไม่ดี อย่าเอาไปพูดให้คนนอกได้ยิน ลักษณะคุณแม่ห้ามแบบนี้มากกว่า แต่น้องเขาคิดว่าเป็นเรื่องจริง และเขาเป็นผู้ถูกกระทำ เขาก็พูดมันออกไป แนวที่บอกว่ามันเป็นก็ยังไม่เคยมีนะ ห้ามเอาเรื่องในบ้านมาพูด มันเป็นเรื่องเสื่อมเสีย
ก่อนฟ้องร้อง มีการคุยกันก่อนมั้ยว่าให้เอาที่ดินโอนกลับคืนมาก่อน?
ทราย : ทรายพยายามนัดคุยกับเขา ก่อนงานแต่งงาน ตอนนั้นที่ทุกคนเห็น ก็ไม่มีการตอบรับอะไรเลยครับ ไม่มีการคุยก่อนหน้านี้
อยู่ดี ๆ ก็ได้รับหมายเลย?
ทราย : ใช่ครับ เขาให้ใครไม่รู้ ไปแขวนหมายเรียกศาลหน้าประตูรั้วที่บ้านครับ
อันนี้เป็นเรื่องที่ดิน ที่จุดประกายทำให้ทรายรู้สึกว่าเป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่มีการฟ้องร้องทราย?
ทราย : คุณยังไม่ช่วยจัดการเรื่องพี่ชายที่ข่มขืนผมเลย แล้วคุณจะมาเอาเรื่องนี้กลับ มันวิปริตครับ
หลังมีหมายมา ทรายได้ติดต่อกลับไป พูดคุยหรือสอบถามมั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น?
ทราย : วันขึ้นศาลรอบแรก เขาไม่ได้มา ทรายไปคนเดียวกับทนายครับ
ทนายสายหยุด : คุณแม่ให้ทนายมาแทน
ทราย : ใช่ครับ อยากเล่าว่าจริง ๆ มีอีกเรื่องนึง ที่เป็นต้นตอการฟ้องรอบนี้ เพราะคนอาจไม่ทราบ แต่คดีที่เขาฟ้องมา เขาอยากได้ที่ดินสองแปลงครับ แปลงนึงคือที่ที่กรุงเทพฯ ที่เป็นบ้านคุณตา ที่ตรงนี้อยู่แถวเอกมัย ผู้ถือกรรมสิทธิ์ 9 คน คือทราย น้า ๆ ป้า ๆ ญาติ ตอนนี้ครอบครัวทรายครัว ประมาณ 2 ปีที่แล้ว พยายามขายที่ดินตรงนี้ แต่ในการทำสัญญาที่จะขาย เขาอยากให้เราโอนสิทธิ์การรับเงินส่วนของเราให้กับแม่ ผู้ใหญ่เขาจะรับเงินอย่างเดียว แล้วทรายเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมโอนสิทธิ์ให้คุณแม่ นี่คือที่ดินอีกอันที่เขาอยากได้ ที่ดินนี้ราคาคนนึงถ้าเกิดขายได้ 1 ใน 9 จะได้ประมาณ 130 กว่าล้านครับ ซึ่งทรายคือคนเดียวที่ไม่ได้เซ็นมอบสิทธิ์ให้คุณแม่ แต่หลาน ๆ คนอื่นเซ็นสิทธิ์ให้แม่เขา ทรายไม่ได้เซ็นให้ เพราะมันคือสิทธิ์ของเราครับ นี่คือที่ดินสองแปลงที่เขาอยากได้ในคดีนี้
เขาใส่ชื่อทรายไว้นานหรือยัง?
ทราย : ครับ ราว ๆ เดียวกันกับที่บ้านหัวหินที่คุณตามอบให้ครับ
ทนายสายหยุด : น้องได้มาตั้งแต่ปี 2545
คุณแม่หรือพี่ คุณพาย หรือคนอื่นที่มีชื่อตรงนี้ สามารถชี้แจงได้นะ ในมุมข้อเท็จจริง ใช่หรือไม่ใช่ อันนี้เกิดจากความรู้สึกและสิ่งที่คุณทรายเขายืนยันในมุมของเขาว่ามันเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ข้อเท็จจริง จะเป็นทางไหน ก็ให้พีอาร์ส่งมาก็ได้ ว่าข้อเท็จจริงในมุมคุณเป็นอย่างไร?
ทราย : แต่ทรายแนะนำว่าถ้าจะโต้ข้อเท็จจริง เอาหลักฐานมาด้วยนะครับ เพราะทุกอย่างที่ทรายพูดวันนี้มีหลักฐานหมดครับ เอกสารสัญญาที่จะมอบสิทธิ์ขายที่ดินให้กับแม่ ทรายก็มีอยู่ ไม่ว่าจะพูดอะไร เอาหลักฐานมาด้วยครับ ทรายมีคลิป มีเสียงอัดของคนอื่น ๆ ที่เก็บกดทรายมาทั้งชีวิตครับ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ผู้ชายคนนึงต้องเจอมา 20 กว่าปี ทรายเชื่อว่าคุณก็รู้ตัวดีว่าคุณทำอะไรมาบ้าง จะพูดอะไรกับสื่อก็เอาหลักฐานมาด้วย
เคยคิดเปลี่ยนนามสกุลมั้ย?
ทราย : คิดครับ ทรายไม่เคยเกิดมาเป็นภิรมย์ภักดีครับ ทรายเป็นสก๊อตครับ
ไม่อยากอยู่ในตระกูลนั้น?
ทราย : ทรายแค่รู้ว่าทรายคือนักอนุรักษ์ทะเล นักอนุรักษ์ธรรมชาติ คนที่ชอบทำงานช่วยเหลือคนอื่นครับ ทรายเกิดมาแค่ตัวตน เดี๋ยวเราก็ตายไป แค่นี้ครับ เรื่องตระกูล เรื่องเงิน ทรัพย์สิน มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เราเกิดมาด้วยครับ เรามาแค่นี้ครับ
จะบอกว่าทรายคือ ทราย สก๊อต ไม่อยากอยู่ในตระกูลคุณแม่?
ทราย : ใช่ครับ ทรายแค่อยากได้รับความยุติธรรม ซึ่งมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันคือ 20 ปีของผู้ชายคนนึง ไม่ว่าคุณมีเงิน มีอำนาจเยอะขนาดไหน คุณไม่มีสิทธิ์ขโมยวัยเด็กของผู้ชายคนนึงครับ แต่ต่อจากนี้ ผมขอเดินออกแล้วครับ
ออกจากตระกูลคุณแม่?
ทราย : ครับ
คลิปเสียงที่ถูกเปิดออกมา ผมขอไม่เปิดซ้ำแล้วกัน ตอนนี้ความเป็นรูปเป็นร่างเกิดขึ้น ล่าสุดมีประเด็นที่เป็นกระแสสังคม คนไปกดไลก์ให้กำลังใจอีกฝั่งนึง ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ทรายมองยังไง?
ทราย : วันที่พายเขาปล่อยคลิปผ่านบัญชีภรรยาเขา แก้ตัวครับ โชคดีทรายไม่ได้เห็น เนื่องจากออกตอนกลางคืน ตอนเช้าที่ทรายมาเห็นเป็นวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย เป็นเพราะว่าคนอาจไม่ได้นึก แต่เราโดนเขาทำร้ายมาทั้งชีวิตครับ เราไม่นึกเลยว่าเขาจะออกมาหลอก พูดสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนฟัง ทำให้เราดูเหมือนคนบ้า เขาบอกเขาส่งเงินให้เราบำบัดจิต มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย เขาบอกว่าเป็นแค่การเล่นระหว่างพี่ชาย พี่น้อง การที่จะข่มขืนคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องเล่นเลย เช้าวันนั้นเป็นวันที่ทรายเครียดที่สุด ทรายแทบลุกออกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะรู้สึกว่าเรากำลังโดนเขาทำร้ายอีกแล้ว ต่อหน้าคนอื่นด้วย ตอนนั้นทรายรู้เลย แค่คิดขยับนิ้วให้ตัดคลิปเสียง ใส่คำบรรยายให้คนเข้าใจว่าเราเจออะไร ทรายมีแรงสมาธิแค่นั้นแล้วกดปล่อย วันนั้นคือวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย เหมือนร่างกายเราจำได้ การที่เราถูกทำร้ายจากคน ๆ นั้น สิ่งที่เขาทำคือทำร้ายเรา ทรายโชคดีมากที่ทรายมีสติแค่แบบ..โอเค ปล่อยคลิป มันจบแค่นี้ ตอนนั้นทรายยังไม่ได้เห็นเรื่องดารา เห็นโน่นนี่นั่น แต่ทรายตกใจตอนเห็นทีหลังว่าแบบ… เขาเอาเรื่องที่จริง ๆ แล้วเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กภายในครอบครัว การข่มขืนจากพี่ชายไปถึงน้องชาย เอามาทำให้เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน มันมีแค่กิเลสในใจบางคนครับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับความยุติธรรม กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับทราย ไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สิน แล้วการมาย่อยให้เกี่ยวกับทรัพย์สิน มันสกปรกมากเลยครับ ทำไมคุณไม่ตอบคำถามใหญ่ ๆ มากกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นเขาข่มขืนทราย มันคนละเรื่องกัน นี่คือเรื่องที่ใหญ่ที่สุด คือพิษที่ตามทรายมาทั้งชีวิตครับ ผมเชื่อว่าเหตุผลที่ฟ้อง เขาอยากให้เราเงียบด้วย ตอนเด็กๆ เขาอาจขู่เราว่าถ้าเราทำผิด เขาจะไปฟ้องคุณตา แต่ในวันนี้คุณตาไม่อยู่ เขาเลยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการข่มขู่เรา ทรายโตขึ้นมาในบ้านแบบนั้นแล้ว ทรายรู้ว่าทรายไม่ยอมเป็นเหยื่อของอำนาจหรือการข่มขู่ของใครอีกแล้วครับ ทรายเป็นผู้ชายที่ว่ายน้ำข้ามทะเลนะครับ วันที่ทรายเห็นเขาปล่อยคลิปขอโทษ ทรายนึกกับตัวเองเลยว่าคุณอาจคิดว่าคุณทำร้ายเราได้อีกครั้งนึง แต่เราไม่ใช่ผู้ชายที่คุณทำร้ายได้อีกแล้ว แล้วทรายก็ปล่อยคลิปไปเลยครับ
ตอนนั้นกังวลใจมั้ย ตอนปล่อยคลิปออกมา จะมีผลทางกฎหมายกลับมา?
ทราย : ทรายพูดตรง ๆ ว่าทรายไม่กลัวตายครับ สิ่งที่เขาทำกับเรา มันฆ่าจิตวิญญาณเราทิ้งหลายรอบแล้วครับ ตอนเราโดนไล่ออกจากบ้านเราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ตอนพี่เขาข่มขืนเรา เราก็รู้สึกว่าเราตาย ตอนเขาจ้างพี่เลี้ยงเรากลับมา เราก็รู้สึกตายไปแล้วครับ ความตายเรื่องกฎหมายตอนนี้ทรายไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแล้วครับ ทรายเกิดมาชีวิตเดียว แล้วทรายมีเจตนาจะปกป้องทรัพยากรของประเทศนี้ครับ ทรายจะไม่ให้ใคร ไม่ว่าเขามีเงิน มีอำนาจเยอะขนาดไหน มาขวางทางทรายในสิ่งที่ทรายต้องทำครับ ทรายเกิดมาเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรประเทศนี้ครับ ไม่ได้เป็นเหยื่อของผู้ชายคนนึงที่วิปริตข่มขืนน้องชายเขาครับ หรือแม่ที่เห็นความสำคัญของชื่อเสียง แล้วของลูกชาย ปกป้องความเลวของผู้ชายอีกคนให้ ไม่ครับ ชีวิตทรายมีคุณค่ามากกว่านี้ จะลุกขึ้นมาพูดเพราะทรายรู้สึกว่าพรสวรรค์ที่ทรายเกิดมา ที่มีความหวัง ที่มีความสามารถทางด้านร่างกาย มันเป็นพรสวรรค์ของทราย ไม่ใช่ของพวกเขาครับ
ถ้าย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ปล่อยคลิปออกมา มีคนพูดกันส่วนนึง ว่ามีเรื่องผิดข้อกฎหมายมั้ย?
ทนายสายหยุด : ตัวพี่ชายเขาพูดก่อนว่าเขาแค่เล่นกับน้อง เขาใช้คำแบบไม่มีอะไรเลย แค่หยอกล้อเล่นกันในวัยเด็ก ทางนี้เขาก็จะบอกว่าไม่ได้เล่น เล่นอะไร คุณทำแบบนี้ คุณข่มขืนก็ว่าไป เขาก็ต้องปล่อยออกไป เพราะพี่เขาบอกว่าแค่ล้อเล่นกับน้อง ทำไมน้องถึงมาพูดว่าพี่เขาละเมิดล่วงเกิน ทำนองนี้ ตามความหมายของทรายคือพี่ชายพยายามบิดเบือนหรือเปล่า การกระทำมันไม่ใช่การเล่น
ทราย : ทรายผิดหวังมากครับตอนเห็นคลิปนั้น เข้าใจเลยว่าครอบครัวเลือกฝ่ายไหน ทุกคนเลือกที่จะหลอก
ทนายสายหยุด : ทำเหมือนเหตุการณ์ไม่มีจริง
ทราย : แต่ทรายคาดเดาแล้วว่าเขาจะทำแบบนั้นครับ ทรายเลยอัดเทปไว้ครับ
ทรายเอ้ย เจออะไรมา อยู่ได้ยังไง?
ทราย : ทรายคิดว่าสักวันนึงมันต้องจบ และทรายคิดว่าต้องจบตอนนี้ครับ ทรายไม่อยากเสียเวลากับคนหรือเรื่องอะไรที่ไม่ได้มาจากความรักอีกแล้วครับ
กับคนอื่น ๆ ที่มีการให้กำลังใจ อีกฝั่งนึง มองยังไง เขาออกมขอโทษทราย?
ทราย : (ถอนใจ) บางคนเขาถามทรายว่าทรายจะไปฟ้องร้องคนอื่นหรือเปล่า ที่เขาเอาเรื่องนี้ออกมานินทา ไม่ครับ เพราะประเทศเรามีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ฟ้องเพื่อปิดปาก มันอาจไม่มีเหตุผล ทรายเคยโดนขู่เรื่องนี้มาแล้ว ทรายไม่มีทางเป็นบุคคลที่ใช้อำนาจทางกฎหมายมาข่มขู่คนอื่น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด คุณจะพูดอะไร ก็อยู่ที่การวิจัยและจรรยาบรรณของคุณแล้ว
วิจารณญาณ?
ทราย : ใช่ครับ สำหรับดาราที่เขากดไลก์ เอาจริง ๆ ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะผมโฟกัสแค่เพื่อน ๆ กับคนที่เชียร์เราครับ แต่ทรายก็คิดว่าเป็นบทเรียนดีเกี่ยวกับอำนาจที่ดาราหลายคนเขามี ที่ควรพิจารณา คุณไม่สามารถคิดว่าเสียงคุณไม่มีน้ำหนักได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องซีเรียส ผมเข้าใจว่าการที่คุณเข้าไปกดไลก์เรื่องของที่ดิน แทนที่จะโฟกัสเรื่องซีเรียสมากกว่านั้นคือการข่มขืน มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ ตอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เรื่องทรัพย์สิน มากกว่าความถูกต้อง มันก็ต้องเป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณากันเองครับ

ล่าสุด คุณมายด์ออกมาโพสต์ขอโทษ บอกว่าไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยเรื่องคลิปเสียง และให้กำลังใจทราย ขอถอยห่างจากสามีเพื่อทบทวนตัวเองและสภาพจิตใจ ขอบคุณที่อยู่ข้างทราย รู้สึกยังไงกับที่คุณมายด์ออกมาขอโทษอย่างจริงใจ?
ทราย : ขอตอบตรง ๆ นะครับ ทรายไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ทรายขอดูจากการกระทำดีกว่า เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่ค่อยได้ ขอดูจากการกระทำหน่อย จะมีการช่วยเหลือให้เรื่องนี้มีความยุติธรรมหรือเปล่า มันต้องมีการพูดคุยกันครับ
แสดงว่าที่ทรายพูดแบบนี้ ไม่ได้ปิดโอกาสคุยกับมายด์?
ทราย : จริง ๆ มันไม่ใช่ปัญหาที่มายด์เขาสร้างครับ เขาเป็นคนที่แต่งงานเข้ามา เขามีสิทธิ์ที่อาจจะไม่ได้รู้เรื่องนี้จริง ๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไปบอกว่าเขาทำแบบนั้น จากที่ทรายเดานะครับ คนที่ควรออกมารับผิดชอบคือพี่ชายกับแม่ครับ แล้วคนอื่น ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รู้เรื่องนี้หมด ซึ่งเป็นทุกคน เขาไม่ได้ทำอะไร หน้าที่ของเขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ในสังคม ออกมารับผิดชอบอย่างจริงใจครับ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน แต่เกี่ยวกับความยุติธรรม ทรัพย์สินแน่นอนเป็นส่วนนึงของความยุติธรรม เพราะมันคือสิทธิ์ของเรา เราเกิดมาในตระกูลแบบนี้ คุณตาเขาให้เราแบบนี้ แต่ชีวิตที่คุณตาเขาฝันไว้ให้ทรายมันไม่ได้เกิดขึ้นในนั้นจริง ๆ เลย เพราะว่าเราไปอยู่ภาคใต้ เราไร้บ้าน เพราะเราถูกทำร้ายไงครับ
ทนายสายหยุด : คุณตาอยากให้เราอยู่ยังไง ตามความฝันของคุณตา
ทราย : เขาอยากให้เราอยู่แบบเด็กที่มีฐานะคนนึงครับ
ทรายหน้าตาโคตรเหมือนคุณตา?
ทราย : ครับ แต่ตอนนี้ทรายไม่ได้คิดถึงฐานะหรืออะไร ทรายรู้สึกว่ามันคือความยุติธรรมครับ จากนี้เราอยากเดินออก ไม่อยากยุ่งอะไรกันอีกแล้ว
ทรายคิดอย่างนั้นจริง ๆ เรื่องนามสกุล?
ทราย : สก๊อตทรายก็ไม่อยากเป็นแล้วตอนนี้ เพราะทรายไม่อยากเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่ทำร้ายเราครับ ทรายไม่อยากมีนามสกุลของพ่อที่รู้เรื่องทุกอย่างแล้วก็ไม่ทำอะไรครับ ตอนนี้ทรายคิดว่าทรายอยากเปลี่ยนนามสกุลทรายเป็นสมุทรครับ เขาเป็นสิ่งที่ดูแลเรามาตลอด เราก็อยากอยู่กับเขาทั้งชีวิตครับ ทรายคิดว่าถ้าชื่อทรายเป็น ทราย สมุทร มันอิสระดีครับ และนี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มากที่สุดในชีวิต คือความอิสระครับ ปลอดจากคนพวกนี้ ปลอดจากเรื่องนี้ ปลอดจากตระกูลนี้ครับ
ดวงตาทรายบ่งบอกความรู้สึกของทรายทุกเรื่อง พอบอกว่าเปลี่ยนชื่อเป็นทราย สมุทร ดวงตาทรายมันยิ้ม แต่พอทรายไปพูดอีกเรื่องนึง ตาทรายก็เปลี่ยนไปเลย มีคนเคยบอกมั้ยตาทรายแบบจะบอกความรู้สึกของทรายทุกเรื่องเลย?
ทราย : ทรายถือว่าทรายโชคดี เพราะว่าหลาย ๆ สิ่งที่เราเจอมา สิ่งที่ยากที่สุดคือมันง่ายที่จะเจอเรื่องยากแบบนี้ แล้วติดใจเราไปตลอดชีวิต แต่ทรายเป็นคนที่รู้ว่าความรัก น้ำตา ความสุขของเรา มันคือประสบการณ์ของความเป็นมนุษย์ ทุกเรื่องที่ทรายเจอมา ทรายพยายามเลี้ยงให้ตัวเองยังมีความจริงใจ ความสัมพันธ์กับความรู้สึกตัวเอง ไม่ว่าจะเศร้าหรือทุกข์ขนาดไหน เพราะทรายรู้สึกว่าเราไม่ควรโยนหัวใจเราทิ้งเพราะการกระทำของครอบครัวหรือผู้ชายคนนึงครับ
ทั้งหมดทั้งมวล ธงของทรายต้องการอะไร?
ทราย : ความยุติธรรมครับ ไม่ว่าจะออกมาเป็นเรื่องทรัพย์สิน เวลา การชดเชย มันไม่มีอะไรที่มันสามารถชดเชยชีวิตของเราที่เกิดมาได้ครับ 20 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชดเชยครับ แต่มันสามารถจบได้ครับ
จบยังไง?
ทราย : ต้องคุยกันครับ แน่นอนทรายบล็อกพวกเขาบนไลน์หมดแล้ว ทรายไม่มีการคุยกับเขาโดยตรง แต่คุณเป็นคนรวย มีเลขาฯ มีผู้ช่วย ให้เขาติดต่อมาสิครับ แล้วเรามานั่งคุยกัน ถ้าเกิดกล้านะครับ
ทรายบอกพวกเขาเป็นคนรวย แล้วทรายล่ะ?
ทราย : ทรายเป็นคนปกติครับ ทรายใช้ชีวิตมาเป็นคนปกติ ทรายหาเงินเอง ทรายไม่เคยขอความช่วยเหลือเส้นสายอะไรในการทำงานอนุรักษ์เลยครับ งานมูลนิธิที่ทรายซื้อประกันให้เจ้าหน้าที่ ทรายก็ระดมเอง ทรายคุยกับซีพี ทรายได้เงินจากช้าง เราทำเองหมดครับ เราได้คนช่วยระดมทุนเรา เราไม่เคยขอความช่วยเหลือที่เกินสิ่งที่เราควรได้รับครับ ทรายคือคนปกติ แต่ทรายก็ยังเป็นหลานของคุณตาครับ
พร้อมคุย ให้เลขาฯ ติดต่อมา แล้วนัดไปคุย?
ทราย : ใช่ครับ
คิดว่าจะคุยแบบไหนที่มันจะจบ ส่วนของทรายก็เป็นของทราย เท่านั้นเลยแล้วแยกย้าย?
ทราย : ไม่ ส่วนที่เป็นของทรายมันคือความเท่าเทียมครับ แต่ทรายโดนกระทำ มันเลยมีการชดเชยด้วยครับ ที่ดินแน่นอนมันคือของทรายอยู่แล้วครับ แต่ถามจริง ๆ ผมจะอยู่ในบ้านที่หัวหินในบ้านกับผู้ชายที่ข่มขืนเราเหรอครับ มันไม่ใช่
ไม่ว่าจะนามสกุล ที่ดิน หรืออะไรก็ตามแต่ที่เกี่ยวข้องกับพี่ ขอไม่เกี่ยวดีกว่า?
ทราย : ใช่ครับ เพราะจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้สมควรเดินออกนอกบ้านตอนนี้ เขาควรอยู่ในคุกครับ เรื่องแบบนี้คือการทำร้าย ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว จริง ๆ ทรายไม่ชอบคำนั้นนะครับ เรื่องภายในครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่อาจทำร้ายบุคคลภายในครับ เหตุผลที่หลายคนเจอเรื่องแบบทราย ฆ่าตัวตาย ออกมาไม่รอด ติดยา เพราะทุกคนผลักให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว คุณเป็นมนุษย์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องครอบครัว
มุมทรายที่พูดมาถูกต้องเลย หลังจากที่ทรายออกมาพูดในมุมที่ถูกกระทำ มันสะท้อนปัญหาสังคมครั้งใหญ่ มีบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกละเมิดในครอบครัวตัวเอง ได้ออกมาพูด บางคนอัดคลิปให้ญาติให้ยายได้ฟังว่าเขาโดนแบบนี้เหมือนกัน มันเหมือนปลดแฮกอย่างนึงว่ามีบุคคลที่ออกมาพูดแล้วนะ แล้วฉันจะอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ทรายรู้เรื่องนี้ใช่มั้ย?
ทราย : รู้ครับ ในมุมของทราย คนที่โดนกระทำ เราจะอยู่ในโลกที่แปลก เพราะเรารู้ว่าภายในใจเราอะไรเกิดขึ้น แต่สังคมรอบนอกไม่ได้มองคนที่ทำร้ายเราเป็นฝ่ายทำร้ายเรา เขามองเป็นคนปกติ เราจะมีความรู้สึกสับสนกับความเป็นจริง หมายถึงว่าสิ่งที่เรารู้สึกในใจไม่ได้ปรากฏออกมาข้างนอก เราก็จะรู้สึกด้อยเพราะเราเป็นเหยื่อ ทั้งที่คนที่ทำเขาทำผิด เขาอ่อนแอกว่าเรา ไม่มีผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไหนแข็งแรงพอจะทำร้ายเด็ก ตอนเราพูดออกมา มันปลดล็อก และคิดว่าหลายคนที่เจอแบบทราย อาจจะเข้าใจว่าการพูดมันปลดล็อก เพราะว่าเราเปลี่ยนความเป็นจริงของคนพวกนั้น เขาไม่ได้เป็นคนปกติ แต่เขาคือคนทำร้ายเรา มันคือสิ่งที่สะท้อนสิ่งที่เป็นภายในของเขาตามความเป็นจริง เมื่อก่อนถ้าทรายไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องพี่ชาย ทรายจะรู้สึกตัวเล็ก เป็นเหยื่อไม่ค่อยแข็งแรง เพราะว่าทำไม ถ้าเขาไม่ได้มีอิทธิพล ทำไมเราจะไม่พูด มันเหมือนเราเองไม่กล้าเป็นเสียงให้ตัวเอง เพราะเราวางว่าอิทธิพลของเขา เงินของเขาสำคัญมากกว่าจิตวิญญาณของเรา แต่ทรายอยู่ดี ๆ มาถึงจุดที่ทรายรู้สึกว่าไม่ มันไม่สำคัญกว่า ชีวิตทรายสำคัญกว่า เสียงของทราย ใจของทราย สำคัญมากกว่าอิทธิพลหรือเงินครับ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรายตัดสินใจแล้วว่าจะออกมาใช้ชีวิตคนเดียว?
ทราย : ทรายทำแบบนั้นมา 6 ปีแล้วครับ
ไม่กลับไปแล้ว?
ทราย : ไม่กลับไปแล้วครับ ไม่ใช่บ้านครับ ทรายเป็นผู้ชายคนนึงที่แฮปปี้มากกับชีวิตวัยผู้ใหญ่ ทรายไม่มีอะไรจะทบทวนได้เลยในวัยเด็กที่มีความสุขครับ
เข้าใจทรายอย่างนึงนะ ถ้าถามว่าวันนี้คุณแม่เดินมาคุยด้วย จูงมือทรายกลับเข้าไปอยู่ ขอโทษทุกอย่าง จบหมดทุกอย่าง ทรายกลับมั้ย เชื่อว่าทรายต้องมองว่าแล้วตัวพี่ล่ะ ก็จะเป็นประเด็นนี้อีก ถูกมั้ย?
ทราย : ไม่ครับ เด็กไม่มีวันลืมสิ่งที่แม่เขาทำในการปกป้องพี่ชาย ไล่เราออกจากบ้าน จ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมา มันเป็นการหักหลังที่เกินคำบรรยายของคนที่เป็นพ่อแม่เราครับ เรารู้แล้ว ณ วันนั้นว่าเขาไม่ได้สนชีวิตเราแล้วครับ
ขอย้อนไปถามคำถามต้นรายการ อยู่ได้ยังไง บำบัดตัวเองยังไง แค่เป็นนักอนุรักษ์อย่างนี้เหรอ อกไม่แตกไปก่อน?
ทราย : ทรายไม่เคยจำกัดในมุมมองของทรายว่าคนที่รักเรามาจากที่ไหน ทรายไม่ได้มองว่าคนที่รักหรือดูแลเราต้องมาจากครอบครัวอย่างเดียว มันยังมีคนในประเทศนี้อีก 60 กว่าล้านคน ที่ให้ความใจดีกับทราย ให้ความอบอุ่นกับทราย ทรายไม่ได้มองเลยว่าคนที่รักเราต้องมาจากที่เดียวกับเรา หรือทำอาชีพเดียวกับเรา ทรายเชื่อว่าความรักและเจตนาดีมาจากทุกที่ได้ และทรายโชคดีมากที่ทรายเป็นคนเชื่อแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กครับ เพราะถ้าทรายไม่ได้เชื่อแบบนั้น วันนี้ทรายไม่มีจุดยืน และไม่มีตัวตนของตัวเองเลยครับ
เอาไงดีเรื่องคดีความ?
ทนายสายหยุด : น้องเขาก็พร้อมเจรจา ทรัพย์สินก็ตามสิทธิ์ของเขาที่คุณตาให้ไว้ เรื่องเยียวยาต้องเป็นครอบครัว ต้องถามน้องว่าต้องการให้เยียวยาอย่างไร เพราะพี่เขาก็พูดกึ่งรับข้อเท็จจริงบางอย่าง แค่ปฏิเสธว่าเขาก็แค่เด็กคนนึงเล่นไปเหมือนแกล้งน้อง เขาพยายามเบี่ยงเบนไปแบบนั้น
ทราย : 16 ไม่ใช่เด็กแล้วครับ
ทนายสายหยุด : ใช่ ยิ่งเรียนต่างชาติยิ่งโตกว่าเด็กไทย 15 ก็รู้เรื่องแล้ว อยู่ที่เขากล้ายอมรับผิดมั้ย กล้าเยียวยาขอโทษน้องหรือเปล่า
ทราย : มันไม่ใช่ความรู้สึกของคนที่โดนข่มขืนนะครับ ในวันที่เราหันไปหาความปลอดภัยในครอบครัว ไม่มีใครยื่นมาให้เราเลย ความรู้สึกที่เราเหมือนโดนทอดทิ้ง ทรายไม่รู้จะอธิบายให้คนอื่นฟังได้ยังไง เราโดนทิ้งครับ ทรายมองว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้านะ อยู่ตัวคนเดียว ทรายว่าเรื่องนี้ซีเรียสเท่ากับเรื่องที่ทรายโดนพี่ชายทำร้ายครับ
สุดท้ายแล้วต้องเจรจา ด้วยเราที่เป็นคนนอก เราจะไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วันนี้เราฟังในมุมทรายมุมเดียว มุมคุณแม่ มุมพี่ชายเรายังไม่ได้ฟัง คุณแม่อาจมีเหตุผลของท่าน เราตอบไม่ได้ แต่อันนี้เราฟังจากทรายมาแล้วว่ามันมีเหตุให้เขารู้สึกแบบนี้ ๆ จริง ๆ ตอนนี้สังคมจับตามองแล้วว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตัวพี่ชายเองสังคมก็รอฟังอยู่ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง เอายังไง ทรายไม่ปิดโอกาสพูดคุยกัน พูดถึงคุณมายด์ คุณมายด์ก็เป็นคนนอก เข้ามาแต่งงาน ปัญหานี้อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูดหรือเขียนเฉย ๆ ?
ทราย : หรือจะให้ภรรยารับน้ำหนักของสิ่งที่คุณทำครับ
ผมคงลงลึกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ คงทำได้เท่านี้ ต้องกราบขออภัยด้วย จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ไม่อยากทำนะ ผมคุยกับทรายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เพียงแต่ว่าผมยังติดเคสอยู่คือวันพฤหัสฯ กับวันศุกร์ ตอนแรกจะให้ทรายมาออกหน่วง วันพุธ แต่ตอนหลังโอเค ออกตอนนี้เลยแล้วกัน เพราะกสทช.ออกหนังสือเตือนมาแล้วต่างๆ นานา ผมยืนยันว่าเราทำภายใต้กรอบและข้อกำหนดของกสทช. สิ่งที่คุณทราย สก๊อตพูด เป็นมุมที่เขาอยากระบายในมุมของเขา?
ทราย : มุมที่มีหลักฐานนะครับ ขอเพิ่มตรงนั้นนะครับ ไม่ใช่ความรู้สึกที่เนรมิตมาจากตรงไหนนะครับ มีหลักฐานหมดครับ
อีกฝั่งมีหลักฐานอะไรก็เอาออกมา?
ทราย : แต่มันไม่มีไงครับ
แต่อยากให้เอาออกมานะถ้ามี เอาออกมาได้ ทำแล้วนะ หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำสักที ใจเย็น ๆ รอช่วงเวลาหน่อย ผมมีเคสร้องมาเยอะมาก สุดท้ายขอเป็นตัวแทนของคนที่รักทรายทั่วประเทศที่กำลังดูรายการอยู่ เป็นกำลังใจให้นะ?
ทราย : ขอบคุณมากครับ

(กอดทราย) กอดนี้น่าจะปลอบประโลมทรายได้ดีที่สุด เป็นตัวแทนทุกคนที่รักทราย?
ทราย : ทรายขอขอบคุณ ทรายยังไม่มีโอกาสขอบคุณทุกคน ทรายอยากตอบทุกคนจริง ๆ ครับ ทรายต้องเล่าว่าตั้งแต่ทรายพูดเรื่องนี้ออกมา มีเด็กคนนึงที่ทรายไม่นึกว่าจะได้กลับคืนมา เขากลับมาในชีวิตทรายแล้วครับ นั่นคือความเป็นเด็กที่เรานึกว่าเขาหายไปกับสิ่งที่เขาโดนกระทำจากพี่ชาย วันนี้ตั้งแต่ทรายพูดแล้วเขาได้กลับคืนมาครับ ทรายขอบคุณมากที่ทุกคนดูแลเด็กคนนี้นะครับ ทรายไปต่อได้ครับ (เสียงสั่นเครือ) และทรายอยากทำต่อ จะได้กลับมาทำหน้าที่ที่ทรายเกิดมาทำให้กับทุกคนครับ ขอบคุณมากครับ (ยกมือไหว้)
ผมพยายามคิด พยายามหามุม ถึงขั้นโทรไปปรึกษา กสทช.ด้วยซ้ำว่าผมจำเป็นต้องทำ จะทำลักษณะแบบนี้ จะไม่ไปล้วงลึก ไม่ไปขืนใจซ้ำ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ทราย?
ทราย : ขอบคุณครับ



