กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับ สภากาชาดไทย ใช้ “เมต้ารีเวิร์ส” ชวน อสม. ออกกำลังกาย ป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน

เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม “สมาร์ท อสม.” นำร่อง 8 จังหวัด พร้อมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน หวังต่อยอดการป้องกันโรคเบาหวานและ NCDs อย่างยั่งยืน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสภากาชาดไทย เดินหน้าส่งเสริมการป้องกันโรคเบาหวานและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน “Meta Reverse” มาเป็นเครื่องมือช่วยติดตามและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยง พร้อมขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่นำร่อง 8 จังหวัด

เมื่อวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร มีการจัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การออกกำลังกายป้องกันภาวะดื้ออินซูลินด้วยแอปพลิเคชัน เมต้ารีเวิร์ส” โดยมีผู้บริหารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนสภากาชาดไทย ผู้แทนหน่วยงานสาธารณสุข วิทยากร ภาคีเครือข่าย และ อสม. เข้าร่วม รวมทั้งสิ้น 170 คน

ภายในงานมีการนำเสนอผลการดำเนินงานจากพื้นที่นำร่อง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการดำเนินงาน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและสามารถขยายผลได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและสภากาชาดไทย ในการขับเคลื่อนการลดอุบัติการณ์โรคเบาหวานในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง โดยบูรณาการกับกิจกรรม “อสม. ชวนคนไทยนับคาร์บ” และการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง “NCDs ดีได้ด้วยกลไก อสม.” เพื่อให้ อสม. สามารถเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่ระดับชุมชน

สำหรับแอปพลิเคชัน Meta Reverse ถูกนำมาใช้สนับสนุนการออกกำลังกายและติดตามพฤติกรรมสุขภาพ โดยช่วยให้กลุ่มเสี่ยงสามารถวางแผนการออกกำลังกาย บันทึกผล และติดตามการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรม สบส. ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพ อสม. ในพื้นที่นำร่อง เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้และเครื่องมือดังกล่าวไปใช้ในการชักชวนและดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชน

พื้นที่นำร่องทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน นนทบุรี สระแก้ว นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต และปัตตานี โดยมีการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ 2569

ทั้งนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและ NCDs โดยข้อมูลของกรม สบส. ระบุแนวทางการออกกำลังกายเฉลี่ยอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการดูแลน้ำหนักตัว

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ นำข้อมูลและประสบการณ์มาพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผ่าน อสม. และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคเบาหวานและ NCDs เชิงรุก และมุ่งสร้างชุมชนที่ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *