กรณี “น้องทับทิม” ลูกสาว “พ่อพนา” เทรนเนอร์นักเพาะกาย ซึ่งพิการแขนขาดแต่กำเนิด ถูกชายชื่อ “ยศกร” ตามระรานและบูลลลี่ทางโซเชียลนานกว่า 2 ปี จนเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย ขณะที่แม่ยศกรร่ำไห้ อ้างลูกป่วยเป็นโรคมแอสเพอร์เกอร์ ขาดการรักษามานาน ขอโอกาสจากสังคม
รายการโหนกระแส วันที่ 3 เม.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ พ่อพนา, แม่กรรณิกา แม่น้องทับทิม, อ.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรม และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ ม.มหิดลมาพร้อม ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู

ตอนแรกเขาจะมานะแต่คุณพ่อไม่อยากเจอ?
พ่อพนา : กลัวอดใจไม่ได้
พ่อมีลูกกี่คน?
พ่อพนา : คนเดียวครับ คือน้องทับทิม น้องอายุ 21 ปี เป็นผู้พิการแต่กำเนิด ตั้งแต่ข้อศอกลงมาไม่มีแขน แขนข้างขวาครับ แต่น้องช่วยเหลือตัวเองได้ เรียนเก่งมาก
พ่อทำงานอะไร?
พ่อพนา : เป็นเทรนเนอร์ นักเพาะกายครับ ตอนเด็ก ๆ เป็นนักมวยบ้าง แต่ตอนนี้เป็นนักเพาะกาย
เรื่องนี้โกรธมาก?
พ่อพนา : โกรธมาก ๆ เลยครับ
เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น?
พ่อพนา : เริ่มแรกได้เห็นเพจ ๆ นึง เอารูปพ่อกับน้องไปแชร์ในเพจนั้น โดยเขียนหัวข้อว่าแขนด้วน ก็เลยทักไปถามน้องทับทิมว่ารู้จักคนนี้มั้ย น้องบอกไม่รู้จัก แต่คนนี้ได้ทักข้อความมาหาน้อง แต่น้องไม่ตอบ หลังน้องไม่ตอบ เขาบูลลี่ ด่าตลอด แขนด้วน เธอทำรูปหัวใจหน่อย เธอไหว้ให้ฉันดูหน่อย
เจตนาเห็นอยู่ว่าต้องการอะไร?
พ่อพนา : ครับผม จากนั้นก็บูลลี่มาเรื่อย ๆ คุณพ่อก็โทรคุยกับน้องตลอด ก็บอกว่าเอาอย่างนี้มั้ย เราบล็อกก่อน เพราะน้องรับไม่ไหวแล้วครับ หลังจากบล็อก เขาปลอมมา ตามไปในไอจี ติ๊กต๊อก ปลอมมาในเฟซฯ มาทุกช่องทางเลย จนไม่ไหว น้องเขายิ่งแย่ เพราะปกติน้องก็ซึมเศร้านิด ๆ อยู่แล้ว สภาพน้องกินพาราสิบเม็ด เขาไม่ไหว เขามีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
น้องไปเจอเขาที่ไหน?
พ่อพนา : น้องไม่รู้จัก เขาทักมาในข้อความอย่างเดียว บอกว่าจะมาหาด้วย น้องหวาดระแวง เขากลัว บอกว่าอยากเจอคนแขนด้วน
ชอบผู้หญิงแบบไหนก็ได้ที่ไม่แขนด้วน แขนด้วนสนใจทำงานไลอ้อนแอร์เปล่า เขามีโควตาคนพิการ?
พ่อพนา : บูลลี่น้อง หาว่าที่น้องได้ม.มหิดล หาว่าน้องได้เพาะโควตาคนพิการ ทั้งที่น้องเรียนเก่งมาก น้องสอบได้เอง โควตามีแต่น้องไม่ได้ขอครับ
อ.ตฤณห์ : คอนเฟิร์มครับ มหาวิทยาลัยก็ให้ข้อมูลผมมา ทางมหาวิทยาลัยมีโควตาคนพิการจริง ๆ ทุกมหาวิทยาลัยต้องมี แต่น้องทับทิมเข้าด้วยความสามารถครับ ไม่ได้ใช้โควตา แต่ถ้ายศกรอยากเข้าด้วยโควตาคนพิการได้นะครับ แต่ความพิการอยู่ในกลุ่มออทิสติก ถ้าแม่เขาอ้างว่าเป็นจริง ถ้ามีความเจ็บป่วยทางจิต ถือว่าเป็นคนพิการนะครับ เหมือนบูลลี่ตัวเอง
ยศกรลงว่าเข้ามหิดลได้เพราะโควต้าคนพิการ?
พ่อพนา : แรงกว่านี้ก็มีครับ ส่งมาแขนด้วน น้องก็ไม่เคยอ่าน มีโทรมาด้วย
น้องไม่เคยรู้จักกันมาก่อน?
พ่อพนา : ไม่ครับ เพื่อนก็ไม่เคยเป็น อยากถามว่าถ้าเจอแบบผม ผมเห็นแล้วกลั้นน้ำตาไม่ไหว ลูกผมทนมาได้ยังไง
ลูกไม่เคยเล่าให้ฟังเลย?
พ่อพนา : ครับ ผมทักไปลูกถึงบอก
พ่อเห็นแล้วทำไง?
พ่อพนา : ก็คุยกับลูกให้กำลังใจลูกทุกอย่าง เราพยายามใจเย็น บอกให้น้องบล็อกเขา น้องไหวมั้ย น้องบอกว่าไหว แต่สำหรับน้องไหวตอนบอกคุณพ่อ เพื่อให้พ่อรู้สึกดี แต่หลังน้องบอกพ่อไปแล้ว น้องไม่ไหวครับ ข้าวก็กินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ เครียดกลัวนายคนนี้ทำร้าย เพราะนายคนนี้บอกจะไปหาที่มหาวิทยาลัย น้องตัวเล็ก ๆ คนเดียว พิการด้วย ก็เงียบมาสักพัก 2-3 เดือน แต่พอหลัง ๆ ก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ
แม่กรรณิกา : เขาส่งมาหาคุณแม่ด้วย ก็เลยโมโห เขาส่งหมดเลยค่ะ ถามว่าหนูเป็นแม่เลี้ยงเหรอ ส่งหาหนูว่าลูกเธอแขนด้วนเหรอ
เขาถามแม่ว่าผัวใหม่เป็นนักกล้าม คือพ่อพนา?
แม่กรรณิการ์ : หนูโทรไปด่า เพราะยอมรับว่าขาดสติ เขารับแต่ทำกวนว่าอยู่รัชดานะ อยู่ตรงนี้นะ กำลังซื้อของอยู่นะ ทำเป็นคุยไม่รู้เรื่อง เราคุยอย่าง เขาตอบอย่าง กวนตีxค่ะ
พอเริ่มส่งมาหาแม่ พ่อทำยังไง?
แม่กรรณิการ์ : เคยโพสต์ไปหน้าเฟซฯ ครั้งนึงว่าเขามาว่า แต่เราหยุดไป โพสต์เพื่อให้คนรู้ว่าคนนี้มาบูลลี่น้องทับทิม แต่เราไม่ได้อยากต่อ เพราะมีผลกับน้องทับทิม เราเองก็อยากทำงาน ไม่อยากไปสานต่อเรื่อง ก็คุยกับน้องว่าเรามองผ่านมั้ย
คุณพ่อเคยถามน้องทับทิมมั้ยว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากอะไร?
พ่อพนา : จุดเริ่มต้นเกิดจากเขาส่งข้อความมาหาน้องทับทิม แล้วน้องไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาก็เลยด่ามาตลอดเลยครับ
มีการเอารูปน้องไปแขวน?
พ่อพนา : วันเกิดคุณพ่อ พ่อถ่ายกับน้องมันก็เอาไปแขวนหมด มันไล่เฟซฯ คุณพ่อหลายปี มันรู้ข้อมูลคุณพ่อหมด ตั้งแต่มีสวนทุเรียน ตั้งแต่สวนทุเรียนยังเล็ก ๆ 4 ปีแล้ว มันรู้หมดเลย เหมือนเป็นนักสืบโคนันเลยครับ
พ่อทักไปคุยกับมันมั้ย?
พ่อพนา : มีครับ แกล้งทักไปคุยกับมัน คุยดีด้วย มันก็ส่งรูปโชว์กล้ามมา พี่ทำไงให้กล้ามใหญ่ เราก็พยายามนิ่ง ๆ กะว่าเดี๋ยวเขาก็คงหาย ก็ส่งตารางอาหารไปให้ด้วย อยากกล้ามโต ข้าว 200 เนื้อสัตว์แค่นี้ เขาก็ครับ ๆ พี่ ก็พูดกับน้องทับทิมว่าไม่น่ามีอะไรแล้วมั้ง เขาน่าจะดีแล้ว น้องทับทิมบอกว่าพ่อคอยดูนะ เดี๋ยวเขาไม่หยุด เขารู้ว่าผมเป็นพ่อน้อง ขอเป็นเพื่อนทุกช่องทางในเฟซฯ ในติ๊กต๊อก แต่ 2-3 วันไปดูในกลุ่มเอาอีกแล้ว มันเล่นคุณพ่ออีกแล้ว เอารูปคุณพ่อกับน้องทับทิมแขนด้วนไปบูลลี่ ไปประจานในกลุ่ม คุณพ่อก็เออ มันหนักแล้ว ก็เลยมานั่งทำคลิปเผื่อให้สังคมได้รับรู้ ที่คุณพ่อกับน้องโดนอยู่มันหนักมาก ๆ ไม่อยากให้ใครโดนอีก หลังคุณพ่อลงคลิปไปเป็นไวรัล ผู้เสียหายเยอะมาก เขาก็ช่วยกันหาว่าพ่อแม่เขาทำงานที่ไหน หาเบอร์โทร หาจนเจอ ก็ช่วย ๆ กัน

มันทำไปเรื่อย ๆ ทำทุกวัน ทำบ่อย ๆ เหมือนเป็นปกติธุระ ด่าไปเรื่อย ๆ แล้วไม่ได้มีแค่น้องคนเดียวที่โดน คุณพ่อคุณแม่ยศกรบอกว่าลูกป่วย บอกเป็นโรคชนิดนึง มีโพสต์นึงที่ถามว่าผัวเธอได้แชมป์เหรอ คืออะไร?
แม่กรรณิกา : เขาไปส่องพ่อน้องทับทิม แล้วมากวนค่ะ มาถาม เราทำทุกอารมณ์แล้ว ทั้งดีและไม่ดี ปรับเข้าหาเขาค่ะ
แม่รับไม่ได้ที่ว่าน้อง ฝั่งแม่กรรณิกาเป็นแฟนใหม่คุณพ่อ แต่น้องโดนบูลลี่ว่าโดนแม่แท้ ๆ ทิ้งไป?
แม่กรรณิกา : ใช่ค่ะ เขาบูลลี่แบบนั้นค่ะ
เขาถามว่าคนนี้ใคร เมียใหม่พ่อเหรอ แสดงว่าแม่เธอรับไม่ได้ที่แขนเธอด้วน ก็เลยทิ้งเธอไป จนพ่อต้องไปหาเมียใหม่ โอ้โห?
ทนายสายหยุด : เหี้xจริง ๆ ด่าว่าทุกอย่าง
พ่อพนา : ทุกอย่างเลยครับ บางเรื่องเขารู้มากกว่าผมอีกครับ ทั้งที่เป็นเรื่องผม
มีแชตขอดูเอว โชว์สะดือ อันนี้คืออะไร?
แม่กรรณิกา : เขาทักไปหาผู้หญิงคนนึง อันนี้ผู้เสียหาย หรือว่าคนที่อยู่ในแชตส่งมาให้ดูค่ะว่ายศกรมีการทักคุยกับเขา ผู้หญิงคนนี้ก็ด่าว่าไปด่าน้องทำไม ปกป้องน้องค่ะ เป็นพลเมืองดีค่ะ
มีการแชร์โพสต์พ่อบอกว่าสาวญี่ปุ่นน่ารักจัง มีแฟนหรือยัง อ๋อลืมไปไม่มีใครชอบคนแขนด้วนแบบเธอ?
พ่อพนา : อันนี้พาลูกสาวไปทำคอนเทนต์ให้ขนส่งสุราษฎร์ฯ ให้เขาบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ก็เอาไปแชร์เหยียดหยามทุกข้อความ
พ่อลง แต่เขาแชร์แบบเลว ๆ แล้วก็แชร์ของพ่ออีก เธอใส่ชุดนักศึกษา แขนด้วนอยู่ตรงหน้ามอ. ฟังแล้วโกรธมากเลยนะ?
ทนายสายหยุด : เป็นพ่อคนอื่นเขาบุกไปกระทืบแล้ว
กระทืบแน่นอน?
พ่อพนา : พ่อพยายามใจเย็นครับ
พ่อแม่ยศกร โชคดีมากที่พ่อน้องทับทิมใจเย็น ถ้าเป็นปาเกียวหรือผมนะ?
ทนายสายหยุด : กระทืบเลยพี่ คนแบบนี้พูดดีด้วยไม่ได้ อย่างอื่นไปว่ากันทีหลัง เอาก่อน ไม่ไหว ๆ
แม่กรรณิกา : แล้วมีแอ็กหลุมไม่รู้ว่าคือใคร เขาเริ่มลามมาที่น้องพลอย ลูกหนูแล้วค่ะ เขียนว่านี่คือน้องสาวของทับทิมนะ เล่นทั้งครอบครัวแล้วค่ะ
พ่อพนา : มันหนักมาก
เขาไม่พอใจอะไรน้องทับทิม?
พ่อพนา : ไม่รู้จักกันเลย เหมือนที่บอกทักแล้วน้องทับทิมไม่อ่าน เขาคงโกรธ
ทนายสายหยุด : น่าจะไม่เคยโดนดำเนินคดี ถ้าโดนจะเข็ด
แม่กรรณิกา : พวกหนูพยายามใจเย็นที่สุดแล้วค่ะ
นานแค่ไหนที่มันตามบูลลี่ครอบครัวคุณพ่อ?
พ่อพนา : เกือบ ๆ สองปีครับ จนรู้ว่าพ่อแม่เขาอยู่ที่ไหนครับ
พ่อเครียดมาก จุดไหนทำให้พ่อต้องออกมาร้องกับสื่อ?
พ่อพนา : พ่อทนไม่ไหวแล้วครับ ถ้าพ่อไปทำเองเดี๋ยวมีเรื่องกฎหมายมาอีก ถ้าพ่อไปเอง พ่ออดใจไม่ไหวแน่นอนครับ พูดดีก็แล้ว พูดร้ายก็แล้ว ด่าเป็นภาษาใต้ ผมคุยดีกับมันเผื่อมันจะได้เลิก เห็นใจพ่อแม่เขาที่มีลูกแบบนี้ แต่คุณไม่ห้ามไม่อะไรเลยเหรอ วันนั้นที่คุยกับคุณแม่เขา อ้างเป็นโรค ทำไมไม่พาไปรักษา คุณแม่เขาโพสต์หนึ่งโพสต์ ใต้เมนต์แม่เขามีแต่คนด่าลูก ถ้าเป็นผม ต้องสังเกตแล้ว เฮ้ย ทำไมมีแต่คนด่า แต่คุณแม่เขาคงไม่ดูแล ไม่ได้สนใจ ที่บอกว่าพาไปรักษา ลูกเขาเป็นโรค ผมไม่เชื่อครับ

กรณีแบบนี้เป็นโรคไปด่าคนอื่นได้เหรอ?
อ.ตฤณห์ : แอสเพอร์เกอร์เป็นชื่อเดิม ปี 2013 เป็นต้นมา สมาคมจิตวิทยาอเมริกันหรือแนวทางการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช เขาเปลี่ยนให้ไปอยู่ในกลุ่ม Autism Spectrum Disorder คือกลุ่มออทิสติกนั่นแหละ สรุปถ้าเป็นแอสเพอร์เกอร์ก็อยู่ในกลุ่มออทิสติก มีความผิดปกติด้านพัฒนาการสมอง ซึ่งออทิสซึ่มมี 3 ระดับ ระดับทำมาหากินได้ พูดรู้เรื่องแบบนายคนนี้ ถือว่าเป็นระดับที่หนึ่ง ถือว่าใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ต้องการการดูแลใกล้ชิด แกนของนิสัยจะไม่ค่อยเข้าใจภาษา อ่านสีหน้าคนไม่ออก แต่ไม่มีปัญหาด้านสติปัญญาเลย จะมาอ้างว่าพูดไปโดยไม่รู้ตัว อาการกำเริบไม่ได้ครับ เพราะลักษณะอาการไม่ใช่แบบนั้น นี่เป็นสันดานรวมกับความเจ็บป่วยของโรคมารวมกันแล้ว เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนี้ ผู้ป่วยออทิสติกน่ารักครับ แค่ไม่เข้าใจไม่เก็ตเวลาคนอื่นเขาเล่นเฉย ๆ ไม่ใช่แบบนี้ อันนี้สันดานเป็นแกนหลักเลย
ทนายสายหยุด : พ่อแม่รังแกด้วยมั้ย
อ.ตฤณห์ : ต้องดูว่าคุณพูดว่าลูกป่วยออกมาจากปาก คุณได้ทำอะไรมั้ย พาไปรักษามั้ย ผมแว่ว ๆ มาว่าเคยไปตรวจรพ.ในเครือมหิดลด้วย แต่ไม่รู้ตรวจจริงมั้ย เป็นคำกล่าวอ้างของแม่คนเดียวเลย
ฝากบอกยศกรว่าสิ่งที่คุณทำแบบนี้ ทำให้คนอื่นเขาเดือดดาล ไม่พอใจ พ่อแม่เขาก็มีเพื่อน?
พ่อพนา : เพื่อนพ่ออยากเจอยศกรมาก ๆ เลยครับ ถ้าอยากเทรนเดี๋ยวพ่อเทรนให้ มาครับ
มีคนบอกว่าเวลาเขาขอสูตรลดน้ำหนัก ให้ส่งสูตรอาหารหมาให้เขากินหน่อย?
พ่อพนา : คงอย่างนั้นแล้วครับ (หัวเราะ)

มีผู้เสียหายอีกหนึ่งท่าน “น้องเนย” เป็นน้องผู้หญิงที่โดนยศกรตามบูลลี่ตลอดเวลา รู้จักเขาได้ยังไง?
เนย : หนูไปออกกำลังกายที่สนามกีฬา หนูอยู่จังหวัดเดียวกับเขา อยู่ลพบุรี หนูไปออกกำลังกายปกติ วิ่ง ๆ อยู่นั่นแหละค่ะ คนนี้ก็เดินตามมาหวัดดีครับ หนูไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว หลังจากนั้นไม่นานเขาทักแมสเซนเจอร์หนูมา น่าจะเป็นแอ็กหลุม น่าจะยังไม่ได้ใช้เฟซฯ จริงของเขาค่ะ ทักมาหนูก็ไม่ค่อยได้ตอบ เขาพยายามใช้คำพูดเพื่อให้หนูสนใจและตอบเขา หนูไม่ได้ตอบอะไรไป จนเขาแชร์รูปหนูเข้ากลุ่มหลาย ๆ กลุ่ม เอารูปหนูจากเฟซฯ ที่เคยลง เขาแชร์ลงกลุ่มเรื่อย ๆ แล้วมีครั้งนึงหนูเคยเป็นดาวมหา’ลัย ทางมหาวิทยาลัยขอเอารูปหนูไปลงหนังสือสยามกีฬา หนูเขียนไปว่าชอบโรนัลโด้มั้ง หนูชอบคนให้เกียรติ เขาก็เอาไปโยงว่าโรนัลโด้ให้เกียรติคนตรงไหน แล้วเริ่มเอารูปหนูไปแชร์ลงกลุ่มมูลนิธิอะไร พอหนูเริ่มไม่ตอบ หนูก็รวบรวมหลักฐานทุกอย่าง เขาตั้งมูลนิธิกระแทกอะไรก็ไม่รู้ หนูเข้าไปดู เขาลงบัญชีเขาชื่อจริงเขา หนูเอาไปแจ้งตร. ให้ตร.หาข้อมูลหาหน้าว่าเป็นใคร ทีนี้พอหนูรู้ปุ๊บว่าเป็นยศกร ก็เอาชื่อทั้งไทยและอังกฤษไปหาในเฟซบุ๊กจนเจอ หนูก็ทักไปว่าเป็นอะไรมากมั้ย ทำไมทำแบบนี้ จะหยุดหรือยัง เขาบอกเขาชอบหนูแต่ไม่รู้จะทำวิธีไหนให้หนูสนใจ
มันเขียนว่าเก่งจริงก็ใส่เอวลอยให้เห็นสะดือ หรือพุงป่องเลยไม่โชว์สะดือ?
เนย : นี่อีกเฟซฯ นึงค่ะ ไม่ใช่เฟซฯ ยศกร
อ.ตฤณห์ : จีบแบบนี้จะติดได้ไงวะ
เขาบอกแอบชอบมานานแล้ว แต่ไม่กล้าพูดความจริง เลยต้องสร้างแอ็กเคานต์ต่าง ๆ เพื่อให้พูดคุย พร้อมสนับสนุนเต็มที่ และไม่เห็นด้วยที่คุณสนับสนุนคริสเตียโน่ โรนัลโด้?
เนย : ใช่ค่ะ หนูก็บอกว่าให้มันลบไปที่เกี่ยวกับหนู มันก็ขอโทษ หนูก็ส่งไปกวนว่าจะแจ้งความ
คุณรู้ว่าเขาไปด่าไปบูลลี่คนอื่นเป็นร้อยเลยเหรอ?
เนย : มีคนส่งมาให้หนูเหมือนกันค่ะว่าโดนคนเดียวกัน เรื่องน่าจะเงียบไป เขาไม่เอาเรื่องเพราะบอกว่าป่วย ตั้งแต่ตอนนั้นที่มีเรื่องหนูเห็นใจ เขามาขอโทษแล้ว ก็คิดว่าไม่น่าทำแบบนี้กับใครอีก จนผ่านมาก็มีเคสทับทิมเกิดขึ้น หนูอ่านแล้วก็อ้าว เป็นคนเดียวกัน ของหนูเกิดปี 2023 หนูส่งข้อมูลให้คุณแม่ แต่จริง ๆ หนูส่งให้พี่หนุ่มในเพจหนุ่ม กรรชัย แต่ไม่ได้อ่าน
ต้องส่งไปที่เพจโหนกระแส ตอนนี้ขอโทษด้วยพี่ไปเล่นหนัง เป็นดาราอยู่ เลยไม่ได้อ่าน จากนั้นยังไงต่อ?
เนย : หลังเรื่องเกิดขึ้น หนูจำได้ว่าคุณแม่เขากับพี่ชายเขาเคยมาขอโทษหนูที่สนามกีฬาเลย และเขามาขอโทษอีกหน้าหมู่บ้าน คุณแม่เขาร้องไห้หนักมากว่าไม่ให้เอาเรื่องลูกชายเขาได้มั้ย
ทนายสายหยุด : ที่แจ้งความไว้ ตร.ได้เรียกเขามารับทราบข้อกล่าวหามั้ย
เนย : ตร.บอกว่าเขาน่าจะป่วย ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ประมาณนี้ แต่หนูคิดว่าเขาจะทำกับหนูเป็นกรณีสุดท้าย หนูก็เลยปล่อยไป ก็อยากให้ข้อมูลด้านนี้ด้วย เผื่อได้เอาผิดได้ค่ะ
แม่กรรณิกา : น้องฝากว่าฝากเคสเขาด้วย ยังไงก็ยอมไม่ได้เพราะไม่ใช่แค่เรา
ตอนนี้น้องทับทิมอยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยตลอดเวลา?
อ.ตฤณห์ : ใช่ครับ แล้วมหาวิทยาลัยมหิดลค่อนข้างให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคุกคามนักศึกษามาก ไม่ว่าจะเป็นคนนอก ในไซเบอร์ หรืออาจารย์ นักศึกษาเอง ถ้ามีเรื่องแบบนี้โดนหนักนะครับ
ยศกรไปพูดในยูทูปปดทอล์ก?
ทนายสายหยุด : มันยืนยันว่าไม่บ้า จบมหาวิทยาลัยด้วย
เสียงมันเลยใช่มั้ย?
เนย : ใช่ค่ะ ตัวจริงเลยค่ะ
อ.ตฤณห์ : กังวลอย่างนึง เขาเจอหน้าเราก่อนที่สนามกีฬา หรือเจอในโซเชียลก่อนแล้วมาดักเจอครับ
เนย : หนูไม่แน่ใจค่ะ เขาอาจมีอยู่แล้วค่ะ
อ.ตฤณห์ : มันอันตราย พวกโรคจิตผิดปกติพวกกามวิตถาร สตอล์กเกอร์ หรือคุกคาม มันจะติดตามโซเชียลมีเดีย แล้วไปดักรอ อันนี้อยากเตือนภัยสังคมว่าไปไหนอย่าเช็กอินเรียลไทม์ให้เราออกจากที่นั่นก่อนแล้วค่อยเช็กอินลงรูป วันนั้นที่เจออาจไม่ใช่อุบัติเหตุ อาจตั้งใจมาเจอ ถ้าทำอะไรมากกว่านี้มันอันตราย ฝากไว้
ดูแล้วไม่สลดเลย?
อ.ตฤณห์ : อยากเห็นใบวินิจฉัยครับ ถ้าแม่บอกว่าเขาเป็นแอสเพอร์เกอร์จริง ๆ ว่าเป็นจริงมั้ย ถ้าเป็นจริงต้องมีประวัติการรักษา
คุณพ่อยศกรส่งมาในเพจให้เห็นว่าจากรพ.แห่งนึง ขอรับรองว่ายศกรอายุ 28 ปี การวินิจฉัยมีอาการป่วยเป็นแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม ขาดการรักษาตั้งแต่ปี 2563?
อ.ตฤณห์ : มีความผิดด้านพัฒนาการสมอง แอสเพอร์เกอร์ซินโดรมคือออทิสซึมเลเวลที่หนึ่งนั่นเอง คือออทิสติก ซึ่งขาดการรักษาไปตั้งแต่ปี 63 แสดงว่าที่บ้านรู้ว่าป่วยแต่ไม่ได้ติดตามการรักษา แล้วคุณมาร้องไห้ขอโอกาสให้ลูกมีที่ยืนในสังคม แล้วลูกคนอื่นล่ะครับ ลูกสาวคนอื่น ลูกชายคนอื่นที่โดนลูกคุณทำ ถ้าเขาไม่มีโอกาสแล้วในการใช้ชีวิต ถ้าเขาคิดสั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเองไปจากการกระทำของลูกคุณแม่ เอาจริง ๆ โรคแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเป็นส่วนนึงของนายคนนี้ได้ เป็นไปได้จริง ใบรับรองแพทย์บอก ขาดการรักษาอาจจะหนักขึ้น แต่แกนสันดาน แกนนิสัยของ ASD ไม่ใช่แบบนั้น เป้าหมายชัดเจนคือเลือกตั้งใจบูลลี่คนเดิม ๆ เขาบล็อกแล้วยังตามมาบูลลี่อีก เขาตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง ทำซ้ำอย่างเป็นระบบ คุกคามอย่างต่อเนื่อง คุกคามโดยตั้งใจ ซึ่งออทิสติกไม่ได้เป็นกลุ่มโรคที่ทำลักษณะแบบนี้ ข้อสุดท้ายรู้ตัวตลอดว่าทำอะไรอยู่ ไม่ได้ไม่รู้ตัว อ้างว่าอาการกำเริบไม่ได้ ล่าสุดอ้างว่าอารมณ์ชั่ววูบ ชั่ววูบ 2 ปีมีที่ไหน รับฟังไม่ได้เลยครับ ผมว่าเป็นลักษณะการคุกคามแบบมีรูปแบบ ซ้ำ ๆ ผิดหวังแล้วเปลี่ยนเป็นความแค้น จีบไม่ติดก็เปลี่ยนเป็นโกรธแค้น ตามรังควาน คุกคาม พฤติกรรมแบบนี้มีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำสูงมาก ถ้าอยู่ในเรือนจำ เคสนี้ต้องถูกตามมอนิเตอร์ตามต่อแม้พ้นโทษนะครับ นี่คือเสี่ยงสูง เป็นเคสสีแดงเลย ที่จะทำกับคนอื่นอีกแน่นอน
ตอนนี้น้องเป็นยังไง?
พ่อพนา : ความรู้สึกแย่มาก ผมสงสารน้องมากพอเห็นข้อความ น้องทนมาได้ยังไง เกือบสองปีน้องโดนมาตลอด คุณพ่อก็โดนตลอด ลงอะไรไม่ได้ เอาไปแชร์เขียนว่าแขนด้วน ๆ ตลอด ไม่รู้มีปมอะไรกับแขนด้วน ไม่รู้ใครด้วนที่บ้านเขา
ทำไมพอน้องเนยเอาจริง แจ้งความเขากลัว แล้วไม่กล้าอีกเลย ทำไมทางนี้ถึงกล้า?
อ.ตฤณห์ : สิ่งที่ผู้ก่อเหตุคิด เป็นลักษณะที่ว่าลดด้อยความมีคุณค่าในตัวบุคคล เขามองว่าพิการ สถานะต่ำกว่า ตัวเองเหนือกว่าเลยกดได้ มันเป็นปมด้อยในใจ ส่วนใหญ่จะเกิดจากเคยเป็นเหยื่อมาก่อน โดนบูลลี่เลยมาบูลลี่คนอื่นให้ตัวเองรู้สึกดีว่าถึงแม้จะโดนรังแกมาแต่ก็สามารถไปกดคนอื่นให้แย่กว่าได้ อันนี้เป็นวงจรที่อยู่ในความดูแลและสอนจากครอบครัว การปล่อยสันดานตามสบายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้ความอุตสาหะนะครับ เราเกิดมาไม่ต้องให้คนเลี้ยงก็ได้ ให้หมาแมวเลี้ยงก็ได้ เราปล่อยสันดานดิบตามธรรมชาติ ทุกคนทำได้ แต่คนที่มีมารยาท อยู่ในกรอบของสังคม ต้องใช้การฝึกตน และความอุตสาหะบังคับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเรื่องนี้อย่าโทษโรค โรคเป็นส่วนนึงของความผิดปกติด้านสมองของเขา แต่ไม่ได้ส่งผลต่อระดับสติปัญญา เขาพูดรู้เรื่อง เขาแค่อ่านอารมณ์คนไม่ถูก ไม่เข้าใจการเก็ตมุก แต่ไม่ใช่ข้ออ้าง
การด่าคนเรื่อย ๆ ด่าทุกวัน อ้างตัวเองขาดยา ได้หรือไม่?
อ.ตฤณห์ : ไม่ได้ เพราะผู้ป่วยออทิสซึ่มระบบเข้าใจคนอื่นอาจจะน้อย แต่ความรู้สึกสงสารต้องมี ดังนั้นส่วนใหญ่ผู้ป่วยเขาไม่รู้ว่าพูดตรงเกินไป แต่ถ้าเขารู้ว่าเพื่อนโกรธเสียใจ เขาจะไม่ทำอีก ปรับปรุงได้ครับ แต่อันนี้ทำซ้ำ ๆ ไม่ใช่แล้ว แต่ถ้าเขาเป็นออทิสติกระดับที่มากกว่าหนึ่งคือใช้ชีวิตได้ปกติ สองสามต้องดูแลใกล้ชิด พ่อแม่ดูแลใกล้ชิดมั้ย ถ้าลูกคนเป็นระดับสองสามต้องไปขอบัตรคนพิการนะครับ ถ้าอยากเข้าโควตาเข้ามหาวิทยาลัยด้วยโควตาคนพิการ คุณนั่นแหละใช้โควตาคนพิการได้ เพราะน้องทับทิมไม่ได้ใช้โควตาคนพิการ น้องเข้าด้วยความสามารถ คนพิการคือลูกชายคุณแม่ พิการด้านสมอง มีใบวินิจฉัยชัดเจน ว่าเขามีความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสมองแต่เขาอาจมีบุคลิกการต่อต้านสังคมด้วย ไม่ได้เป็นโรคเดียวนะครับ คุณแม่รู้ล่าสุดปี 2563 หกปีที่แล้วเขาอาจเป็นแค่แอสเพอร์เกอร์ แต่ตอนนี้ห่างไกลการดูแลเขาอาจมีบุคลิกภาพต่อต้านสังคมเพิ่มขึ้น หรือเป็นโรคอื่น ๆ ก็ได้ครับ เป็นหน้าที่ของครอบครัวต้องพาลูกไปรักษาสิ ถ้าคุณไม่รักษาสังคมจะรักษาเองด้วยวิธีที่รุนแรงด้วยครับ

ด่า ๆ แล้วอ้างตัวเองขาดยา ตามกฎหมายได้มั้ย?
ทนายสายหยุด : ไม่ได้ครับ ถ้าเขาอ้างว่าเขาบ้า ก็ไปรักษาก่อนแล้วค่อยมารับโทษ แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าตัวเองบ้าก็ต้องดำเนินคดีเป็นปกติ แล้วคนบ้ามันไม่ทำสองปีต่อเนื่อง มันทำเป็นระบบ ค้นเฟซฯ พ่อ 4 ปี ค้นน้องจนเจอบ้านเจอช่อง ไม่ได้บ้าหรอก
เขาอ้างว่าไม่ได้เอ่ยชื่อนี้?
ทนายสายหยุด : นี่คือการเล่นลิ้นของมัน ยิ่งเห็นว่ามันไม่บ้า พอน้องแจ้งความมันยังกลัวเลย
อยู่ในสายกับ “หมอเดว” นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น โรคแอสเพอร์เกอร์มันคืออะไร ส่งผลให้คนนึงไปด่าอีกคนได้มั้ย โดยอ้างว่าป่วย มองยังไงกับเรื่องนี้?
นพ.สุริยเดว : แยกสองส่วนนิดนึง ตัวโรคเป็นกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม พวกนี้เขาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ขณะเดียวกันสติปัญญาปกติ บางคนเรียนจบด็อกเตอร์ยังได้เลย แต่จุดอ่อนของเขาเลยคือทักษะทางสังคมเขามีปัญหามาก บางคนไม่เข้าใจความเจ็บปวดของคนอื่น โดยที่ไม่มีกาลเทศะ เสียดสี ไม่มีมารยาททางสังคม มีพฤติกรรมหมกมุ่นได้ ขณะเดียวกันขาดความรับผิดชอบชั่วดี ขาดความเอื้ออาทร พวกนี้เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มแอสเพอร์เกอร์ได้ แต่ประเด็นสำคัญคือยารักษาไม่มีนะ พวกนี้ต้องใช้กระบวนการทางจิตบำบัด ทางครอบครัวบำบัด ต้องติดต่อ ต่อเนื่องกัน ตัวแอสเพอร์เกอร์เองและออทิสติกทั้งหมดมันไม่มียารักษาอยู่แล้ว กรณีพวกนี้พูดตรง ๆ ว่าเคสนี้มันมีทั้งส่วนที่เป็นจากแอสเพอร์เกอร์ กับอีกอันคือพฤติกรรมก้าวร้าวเกเร ที่อ.ตฤณห์พูดอยู่คือสันดานนั่นเอง สามารถเข้าสู่สัญชาตญาณได้ อันนี้เนื่องจากก่อคดีมาแล้ว และไม่ได้เป็นโรคจิตเภท โปรดเข้าใจด้วย โรคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจิตเภท สมองไม่ได้ปัญญาอ่อน ไม่ได้สมองเสื่อม ต้องรับผิดทางกฎหมายตามปกติเลยนะครับ ดำเนินคดีตามกฎหมายเลย เลี่ยงไม่ได้เลย สองถ้าพ่อแม่ขอความเห็นใจ สิ่งหนึ่งที่ทางการแพทย์ต้องขอคือหยุดใช้ดิจิทัลทั้งหมด เพราะถ้ายังใช้ดิจิทัลทั้งหมด เป็นตัวกระตุ้นทำให้การก่อการต่าง ๆ ขัดขวางการรักษา เพราะการรักษาต้องมีทักษะ รักษาทักษะทางสังคม ใช้จิตบำบัด ดิจิทัลทั้งหมดต้องยุติ สิ่งที่หมอต้องขอด้วยคือการยุติการใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมด และดิจิทัลทั้งหมด เข้าสู่กระบวนการรักษา ทั้งจิตบำบัด และทักษะการสื่อสาร ความร่วมมือ คนใกล้ชิด จะต้องอยู่ดูแลด้วยกัน ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการควบคู่กับกฎหมายที่ถูกดำเนินคดีอย่างปกติเลยครับ
โรคนี้ไม่ใช่จิตเภท ไม่ใช่โรคจิต เป็นเหมือนอาการของเขาเอง?
นพ.สุริยเดว : โรคจิตที่บกพร่องที่คนมักใช้อ้างเพื่อเลี่ยงทางกฎหมาย กรณีนี้ไม่ใช่ครับ
อ.ตฤณห์ : คนละโรคครับ
ทุกอย่างตรงกับอ.ตฤณห์พูดเป๊ะ แบบนี้โดนดำเนินคดีแน่นอน อ้างป่วยไม่ได้?
อ.ตฤณห์ : มันไม่มีช่วงอาการกำเริบครับ กำเริบอะไรสองปี ไม่ใช่แล้ว ผมว่าสิ่งที่คุณแม่ทำคือการใช้โรคเพื่อเรียกความสงสารและลดโทษครับ เราได้ยินบ่อยมากในสังคม มีอยู่ไม่กี่โรคที่นำไปอ้างได้ตามกฎหมาย เช่นโรจิตเภท
มีญาติ ๆ ของเขาไม่พอใจในสิ่งที่เหยื่อไปว่าเขา เขาโพสต์ว่าเดี๋ยวเจอที่ศาล น้องกูไม่ผิด แขนด้วนก็สมควรถูกบูลลี่?
ทนายสายหยุด : โทษนะ เพราะพวกมึงมีความคิดอย่างนี้
ไม่แน่ใจว่ามีคนไปปั่นให้คนด่ายศกรหรือเปล่า?
อ.ตฤณห์ : การปั่นก็ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เวลาเราอยากได้ข้อมูลหรือทำอะไรแล้วไม่ใช่วิธีการที่มีศีลธรรม คิดว่าแนวความคิดแบบนี้ หรือแม้แต่การสอบสวนคนผิดปกติทางจิต ยังใช้วิธีสอบสวนอย่างคนปกติไม่ได้เลยครับ เวลาเขาอยู่กับคนที่เชียร์มีความคิดคล้ายกัน เขาจะมองว่าการกระทำของเขาถูกแล้ว มองตัวเองเป็นฮีโร่ พอบูลลี่ใครมีคนเห็นด้วย มีคนซัปพอร์ต เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง แล้วสังคมเราจะบิดเบี้ยว คนสะใจเห็นคอนเทนต์แบบนี้ อย่างดูรายการพี่หนุ่ม จะมีคนสะใจและคนได้ความรู้เรื่องโรคและกฎหมาย ถ้าคุณดูแล้วได้แค่ความสะใจ ก็ถือว่าคุณเสพสื่อแล้วขาดทุนครับ
พ่อไปแจ้งความแล้ว?
พ่อพนา : แจ้งความแล้วครับ
แม่กรรณิกา : ที่สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย แต่เขาแนะนำว่าเหตุน่าจะเกิดที่มหิดลเป็นหลักค่ะ
ทนายสายหยุด : ตร.น่าจะเข้าใจผิดแหละ นี่มันออนไลน์ แนะนำดีแต่ไม่ทำงานนี่นะ
แม่กรรณิกา : เขาบอกว่าถ้าเราแจ้งผิดที่ เดี๋ยวศาลอาจยกฟ้องได้
ทนายสายหยุด : ไม่หรอกครับ มันออนไลน์ เราอยู่ที่ไหน กระทบที่ไหน ก็อยู่ที่นั่น พ่อแม่ลูกก็โดน เราอยู่สมุยเป็นหลัก เราเห็นตรงนั้นเป็นหลักก็ต้องสถานีนั้นแหละ ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวผมอธิบายให้เขาฟังได้
ต้องเข้าใจนะพ่อแม่เขาอยู่ที่โน่น เขาเห็นข้อความที่นั่น เขาก็ต้องแจ้งความบ่อผุดที่เขาเห็น ตร.บอกต้องไปแจ้งศาลายาไม่ได้ เพราะถ้าไปศาลายา ตร.บอกว่าต้องไปสมุย ต้องไป ๆ มา ๆ เหรอ เขาเห็นในออนไลน์ ไปกันใหญ่แล้วเนี่ย ได้คุยกับพ่อแม่ยศกรหรือยัง?
พ่อพนา : เมื่อวานพ่อเขาโทรมาว่าอย่าเอ่ยชื่อลูกเขานะ โทรมาขอโทษ บอกว่าลูกผมโดนขู่ จะโดนทำร้าย ผมก็สวนกลับไปว่า ขนาดลูกคุณพ่อโดนขู่ แล้วลูกผมโดนล่ะ ลูกผมคิดสั้น ทำร้ายตัวเอง ถ้าวันนี้ผมไม่มีลูกอยู่แล้ว เงินกี่บาทก็ไม่สามารถซื้อลูกสาวผมได้แล้ว ทำไมไม่จัดการลูกคุณพ่อตั้งแต่แรกถ้ารู้ว่าลูกไม่สบาย แต่ผมคิดว่าเกิดจากการละเลยของคุณพ่อคุณแม่เขามากกว่า เขาไม่คิดสนใจ คุณแม่โพสต์เฟซฯ 1 ครั้ง ไม่ดูใต้คอมเมนต์เลยเหรอมีคนมาจวกลูกคุณแม่ยับเลยว่าช่วยไปดูยศกรหน่อย ทุกเมนต์ ถ้าเป็นลูกผมโดนแบบนี้ ผมคงไปถามลูกว่าลูกไปทำอะไรเขา โพสต์ที่แล้วโดนด่ายับ ทัวร์ลงเลย แต่ผมคิดว่าครอบครัวนี้คือไม่ได้สนใจลูกเลยครับ ปล่อยให้ทำร้ายคนอื่น ไม่รู้กี่คนแล้วครับ
เฟซฯ เมื่อกี้น่าจะเฟซฯ ปั่น?
อ.ตฤณห์ : มันไม่ควรทำ เป็นวิธีตลาดล่างของสังคมมากเลย วิธีที่ถูกต้อง มันต้องไม่ได้มาด้วยอารมณ์ ถ้าเราใช้อารมณ์ไมต่างอะไรจากผู้กระทำผิด เรื่องอารมณ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ อย่างที่บอก การปล่อยสันดานตามสบายไม่ต้องใช้ความอุตสาหะ อารมณ์เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 2 วินาทีแรกกับทุกคน แต่ถ้าคนมีสติมากกว่า จะเปลี่ยนสมองส่วนอารมณ์เป็นส่วนหน้า คือเหตุผล แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15 วินาที ก่อนตอบโต้ด้วยความไวหรืออารมณ์ต้องพักก่อน เราถึงจะแตกต่างจากคนเหล่านั้น
แอดมินโหนกระแส บอกว่าคุณแม่แจ้งว่าที่ขาดการรักษา แม่ไม่มีเงิน เพราะคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน โควิดอีก ไม่รู้ทำไง?
อ.ตฤณห์ : ผมก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาของสังคมยังไง เป็นปัญหาของบ้านเขานี่ครับ บ้านเขาต้องรักษาและแก้ไขปัญหาของบ้านตัวเอง มันไม่ใช่ข้ออ้างทำร้ายบ้านอื่น บ้านอื่นก็มีปัญหาเหมือนกัน
คุณแม่ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่เกิน 10 นาที คุณแม่จะได้ยินหมอเดวบอกว่า โรคนี้ไม่มียารักษา ยารักษาคือครอบครัว?
ทนายสายหยุด : ถ้าไม่มีเงินก็ควรปิดอินเตอร์เน็ตลูกเขาไม่ให้ใช้สื่อโซเชียล คุณหมอบอกชัด
อ.ตฤณห์ : การบำบัดไปทำในเรือนจำก็ได้ครับ เพราะเขาต้องรับโทษตามปกติเหมือนคนทั่วไป ในเรือนจำมีหมออยู่แล้ว ถ้าไม่มีเงินก็ให้หมอในเรือนจำรักษาให้ แต่ว่าลักษณะพฤติกรรมแบบนี้ ครอบครัวต้องร่วมด้วย คือครอบครัวบำบัด นี่ครอบครัวไม่เคยรู้เลย แสดงว่าคุณไม่ได้ใกล้ชิดกับลูกเลย
พ่อเอาไงต่อ?
พ่อพนา : ไม่ยอมครับ ถ้าคุณแม่ไม่มีเงินรักษา ก็ให้เรือนจำรักษาก็ได้ครับ เพื่อไม่ให้มีเคสต่อไป ผมเชื่อว่าถ้าปล่อยไป มีเคสต่อไปแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
อ.ตฤณห์ : อันนี้คอนฟิร์มครับ เพราะความเสี่ยงแนวโน้มพฤติกรรมสูงมาก ถึงจำคุกออกมาแล้วก็ยังสูงอยู่ดี มันเป็นเรื่องแกนสันดานอย่างที่บอก มันอยู่ข้างในสุดแล้วเอาออกยากแล้ว เพราะปล่อยมาตั้งแต่เด็ก ตัวโรคแค่ความบกพร่องบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยแอสเพอร์เกอร์น่ารักไม่ได้เป็นปัญหา เขาพูดจาไม่มีกรอง ไม่รู้คำนี้แรง เพื่อเล่นมุกกันไม่เข้าใจ อ่านสีหน้าคนไม่ออก เรื่องประชดประชันจะดูไม่ออก แต่ถ้าเขารู้แล้วว่าความเสียใจเป็นยังไง เขาก็จะหยุด ไม่ค่อยทำซ้ำ แต่หมอเดวพูดการทำซ้ำ หลุดออกจากแกนออทิสซึ่ม ต้องโทษสันดานส่วนตัว
อ้างป่วยมีใบรับรองแพทย์ไม่ได้?
อ.ตฤณห์ : ไม่ได้ ต้องทวงความเป็นธรรมให้เด็กคนอื่น เขาจะชอบเป็นเหยื่อมากกว่า ไม่ใช้ผู้กระทำผิด ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้ดูแย่ ก็ดูเป็นบุคคลไป
ทนายสายหยุด : การตอบโต้ของมันไม่ใช่คนบ้านะ
อ.ตฤณห์ : พ่อแม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก แล้วเหยื่อมีเยอะแบบนี้ ไม่คิดแก้ไขเลยเหรอ สุดท้ายลูกคุณคือปัญหาสังคม มาเรียกร้องขอโอกาสสังคม ผมว่าน้ำตาของแม่ไม่สามารถชดเชยชีวิตลูกคนอื่นได้ ถ้าเคสนี้นักศึกษาเป็นอะไรไป มันแก้ไม่ทันแล้ว มาร้องไห้สิบวันติดกันมันก็เท่านั้นแหละครับ
มุมคดีความโดนอะไรบ้าง?
ทนายสายหยุด : ความผิดก็จะหลายกรรมต่างกัน ทุกครั้งที่ทำผิด เช่นเอารูปพ่อรูปน้องไปแขวนให้คนมาด่าหนึ่งครั้งก็เป็นความผิดหนึ่งกรรม อาจบิดเบือนข้อความ ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ หมิ่นประมาท คุกคามด้วย ผู้เสียหายน่าจะหลายคน อย่างคุณพ่อ คุณแม่ น้องทับทิมด้วย แจ้งได้หลายสถานี หลายคดีหลายเรื่อง ที่ตร.บอกว่ามาแจ้งที่ศาลายา ก็ถูกส่วนนึง แต่เป็นส่วนน้องแจ้ง แต่ถ้าพ่อแม่เสียหายที่โน่นก็แจ้งที่โน่นได้ แล้วที่มันอ้างว่าบ้าตามกฎหมายต้องถึงขั้นวิกลจริต ควบคุมสติไม่ได้เลย หรือคลุ้มคลั่ง มันก็แว็บเดียวนะ เหมือนเป็นลมบ้าหมู ไม่เกิน 5-10 นาที แต่นี่มันบ้าอะไรสองปี เก็บข้อมูลอย่างดี ไม่ได้รับการยกเว้นแน่นอนว่าเป็นคนบ้า บอกแม่อ้างไม่ได้เลยข้อนี้ ถ้าบ้าคุณต้องควบคุมลูกสิ แต่นี่ลูกคุณมาทำงานได้ อ้างว่าเรียนจบได้ ตอบโต้ในรายการชัดเจนว่ามันไม่บ้า น่าจะสันดานเสียอย่างเดียว
คุกยาวมั้ย?
ทนายสายหยุด : แต่ละเดือน แต่ละกรรม น่าจะหลักเดือนถึงหลักปีนะ แต่ละครั้งที่ทำ ต้องไปดูรายละเอียด แต่ละกรรมอาจ 6 เดือนบ้าง ปีบ้าง
อ.ตฤณห์ : รวมแล้วคิดว่ากี่กรรมครับ
แม่กรรณิกา : เกินสิบ ยี่สิบกรรมค่ะ
พ่อพนา : น่าจะเป็นตันเลยครับ
ทนายสายหยุด : ต้องไปดูมีข่มขู่มั้ย คุกคามจะไปหา ข่มขืนใจให้น้องกลัวอีก
น้องเนยเอาไงต่อ?
เนย : ของหนูไม่หนักเท่าไหร่ แต่คิดว่าทำไมต้องเป็นเราที่โดนเฉย ๆ ผู้เสียหายมีเยอะ หลายคน อยากออกมาพูดเพราะเรื่องไม่คืบหน้า หนูโดนแต่ไม่มีใครเข้าใจ ปล่อยไปเถอะเขาป่วย หนูก็โอเค เราต้องปล่อยใช่มั้ย
อ.ตฤณห์ : แต่ผมเข้าใจนะ คนป่วยเล่นอินเตอร์เน็ตเยอะมาก มีเคสนึงด่าผมทุกคลิป พอผมไปสืบ อดีตนายกฯ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยจะฟ้องผู้หญิงคนนี้ด้วย แต่พบว่ามีอาการทางจิต เขาเลยไม่ฟ้อง ผมเห็นคนเดียวกัน ผมเลยไม่ฟ้อง เยอะครับคนป่วยเล่นอินเตอร์เน็ต เราเห็นทุกวัน คนป่วยทางจิตมีความผิดปกติเล่นอินเตอร์เน็ตเยอะมาก บางคนมันไม่มีอะไรทำเลย บางคนหมกมุ่นกับแอ็กเคานต์นี้ก็จะตามแอ็กเคานต์นี้ เรียกร้องความสนใจ พอเราไม่ตอบจะแท็กหา พอติดต่อไม่ได้ก็สร้างแอ็กเคานต์ใหม่มาตาม แต่ละคนมีความผิดปกติไม่เหมือนกัน แต่บอกเลยคนป่วยเล่นเน็ตเยอะมากในประเทศไทย เยอะมากจริง ๆ
ผมเชื่อครับ ผมก็โดนเหมือนกัน?
อ.ตฤณห์ : พี่หนุ่มเข้าใจดีเลยล่ะครับ
ตอนแรกพ่อกับแม่จะมา แต่พอพ่อพนาบอกว่าไม่อยากมาจริง ๆ ก็ให้เกียรติคุณพ่อ ก็หยุดทางนั้นไป เขายินดีโฟนอิน แต่พอเขาฟังเขาไม่โฟนแล้ว ล่าสุดยศกรพ้นสภาพพนักงานที่เขาทำงานแล้วนะ?
ทนายสายหยุด : นายจ้างให้เบอร์มาด้วย เขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องผม
ตัวยศกรบล็อกเบอร์แล้ว เอายังไงกันต่อ?
พ่อพนา : ฟ้องให้ถึงที่สุดครับ
แม่กรรณิกา : น้องไม่ต้องการออกสื่ออะไร แต่ต้องการฟ้อง น้องบอกเลยว่าน้องอยากดำเนินคดี
พ่อพนา : น้องเขาไม่อยากให้นายคนนี้ไปทำกับคนอื่นอีกครับ เพราะเขาทำแน่นอนครับ
คดีน้องเนยขาดอายุความหรือยัง?
เนย : หนูแจ้งลงบันทึกประจำวันเลยค่ะ
ถ้าพ่อเจอยศกร พ่อจะทำยังไง?
เนย : เตะค่ะ (หัวเราะ)
พ่อพนา : ขอสักทีครับ
เนย : ฝากด้วยค่ะ
พ่อพนา : ขอทีเดียวแล้วจบเลย แต่แจ้งความนะครับ ขอตบทีนึงด้วยครับ ตอนด่าเป็นภาษาใต้ วันนั้นไม่ไหว แต่มันเงียบครับ
ยศกรมึงดูนี่ พ่อโชว์กล้าม โอ้โห มึงตายแน่ หนักนะเล่นกับพ่อเนี่ย?
อ.ตฤณห์ : จริง ๆ น่าจะนั่งอย่างนี้ทั้งรายการ
ผมเห็นแล้วกลัวนะ ยศกรมันกล้าได้ไง?
อ.ตฤณห์ : ไม่กล้าหรอก คนในเน็ตพอเป็นนิรนามมันกล้า อยู่ไกลกล้า ต่อหน้าไม่กล้าหรอก ผมว่าตอนนี้ยศกรกินโอเมก้า 3 ก่อนมั้ย ไม่ต้องกินข้าวกินโปรตีนอย่างอื่นหรอก สมองมันต้องกินโอเมก้ากับปลาแซลมอน
ทนายสายหยุด : หมอก็หลายคดีนะ
อ.ตฤณห์ : มาเหอะ 6-7 คดีแล้ว (หัวเราะ)
แกนั่งเครื่องมาเมื่อวาน แกมีข้อแม้ว่าผมมาได้ แต่ขอโรงแรมมีฟิตเนส อยากยกเวทหน่อย ผมคนใต้นะ พ่อเป็นคนพัทลุง?
พ่อพนา : บ้านเดียวกับโค้ชผม พี่บ่าวไข่เจียว
น้องเนยอย่ายิ้มมาก ปาเกียวมองอยู่?
ทนายสายหยุด : ตัวจริงน้องสวยกว่าในทีวี ในทีวีหน้าเปลี่ยน
ก็เป็นซะอย่างนี้ น้องเขาอยากเห็นกล้ามพี่?
ทนายสายหยุด : ไม่มี ๆ (หัวเราะ)
อาจารย์บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง มหาวิทยาลัยกับอาจารย์ดูแลอยู่แล้ว?
อ.ตฤณห์ : อาจารย์ที่ปรึกษา ที่คณะดูแลใกล้ชิด ที่มหาวิทยาลัยก็ดูแลนักศึกษาใกล้ชิดทุกเคส ไม่ใช่เฉพาะเคสนี้






