บางครั้ง…จุดหมายอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดของการเดินทาง แต่เป็น “เรื่องราวระหว่างทาง” ที่ทำให้เราอยากออกเดินทางอีกครั้ง
หลายคนอาจคิดว่าการขับรถอายุกว่า 30 ปี เดินทางไกลกว่า 3,000 กิโลเมตรเป็นเรื่องเสี่ยง แต่สำหรับพวกเรา Mitsubishi Lancer Champ III คันนี้ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา หากเป็นเพื่อนร่วมทางที่ผ่านการเดินทางมานับไม่ถ้วน
ทริปนี้จึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยวเบตงและขนอม แต่เป็นการพิสูจน์ว่า หากรถได้รับการดูแลและเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี รถคลาสสิกก็ยังสามารถพาเราออกไปสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจ
ตลอด 4 วัน 3 คืน รถคันนี้พาพวกเราวิ่งจากนนทบุรีลงสู่ปลายด้ามขวานไทย ผ่านภูเขา ทางโค้ง ถนนเลียบทะเล และเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร โดยไม่มีปัญหาใหญ่ระหว่างทาง
วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 : ออกเดินทางจากนนทบุรี สู่ปลายด้ามขวานไทย
เวลา 15.00 น. พวกเราออกเดินทางจากจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าสู่จังหวัดเบตง จุดหมายปลายทางที่อยู่ไกลกว่า 1,500 กิโลเมตร


มื้อแรกของทริปเริ่มต้นด้วยการแวะเติมพลังที่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สาขานครปฐม ก่อนเดินทางต่อไปจังหวัดเพชรบุรี เพื่อแวะชิมของหวานขึ้นชื่อที่ ลอดช่องโอวทึ้ง (นายกี๋) หวานเย็นชื่นใจ คลายร้อนและเติมพลังได้เป็นอย่างดี


ช่วงค่ำแวะเติมน้ำมัน พร้อมพักรถที่สถานีบริการ PTT จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนขับต่อจนเกือบ 5 ทุ่ม จึงแวะเติมคาเฟอีนที่ โกปี๊ คอฟฟี่ เขาโพธิ์ ดื่มกาแฟให้ร่างกายสดชื่น แล้วออกเดินทางต่ออีกครั้งในเวลาเที่ยงคืน มุ่งหน้าสู่ภาคใต้แบบยาว ๆ
วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 : ทำบุญวัดช้างไห้ ก่อนถึงเบตง

เช้ามืดแวะซื้อกาแฟจากร้านสะดวกซื้อ พร้อมซื้อของใส่บาตรที่ตลาดเช้าริมทางบริเวณตรงข้ามวัดบ่อล้อ จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง วัดช้างไห้ราษฎร์บูรณาราม เพื่อถวายเทียนพรรษาและสังฆทาน
ช่วงเวลาที่ไปถึงตรงกับเวลาพระฉันเพลพอดี หลังเสร็จพิธี ยังได้รับคำชวนจากคุณแม่ชีให้นั่งรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ถือเป็นความประทับใจเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด


หลังอิ่มบุญก็เดินทางต่อไปยัง ด่านพรมแดนไทย–มาเลเซีย อำเภอเบตง เพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึก ก่อนเข้าเมืองหาอาหารเย็น


ตั้งใจจะชิมข้าวมันไก่เบตง แต่วันนั้นร้านดังหลายร้านปิดเพราะเราไปถึงใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว จึงเปลี่ยนแผนมาฝากท้องกับร้านบะหมี่แทน ก่อนเดินเล่นสตรีทฟู้ดเบตง ชิมทั้งเต้าทึง ทอดมันปลา หมูสะเต๊ะ และอาหารทะเลแห้งเสียบไม้ย่าง เรียกว่าอิ่มครบทั้งของคาวและของหวาน อีกทั้งยังได้ผลไม้ มังคุด ลองกอง ติดมือกลับมา




ค่ำคืนนี้เราเข้าพักที่ ริมธาร แคมป์ปิ้ง รีสอร์ท อัยเยอร์เวง จองกระโจมเล็กริมลำธารในราคาเพียง 1,000 บาท ได้ฟังเสียงน้ำไหลตลอดคืน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน หลังจากใช้เวลานอนหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่บนรถมาตลอดทั้งคืน แต่ขอบอกว่าเพื่อนที่ทำหน้าที่โชเฟอร์อึดมาก เพราะไม่มีท่าทีว่าจะง่วงเลยแถมยังดูสดชื่นอีกด้วย
ทุกคนรีบเข้านอน เพราะตี 4 มีภารกิจสำคัญ…ขึ้นไปชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 : ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สู่นครศรีธรรมราช และปิดท้ายที่ขนอม


ตี 4 ออกเดินทางขึ้น Skywalk อัยเยอร์เวง เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้า สมกับที่หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของภาคใต้ ถ่ายภาพกันจนหนำใจ ก่อนลงมารับประทานอาหารเช้าบริเวณสำนักงานทางขึ้นสกายวอล์ก เมนูที่อยากแนะนำคือ ข้าวหมกไก่ รสชาติอร่อยเกินคาด เป็นมื้อเช้าที่เรียบง่ายแต่ประทับใจมาก


หลังเก็บภาพทะเลหมอกจนเต็มอิ่ม พวกเราเริ่มขับรถลงจากอัยเยอร์เวง ท่ามกลางสายหมอกที่ยังลอยปกคลุมตลอดสองข้างทาง บางช่วงหมอกหนาจนเหมือนกำลังขับรถฝ่าเมฆ บรรยากาศเงียบสงบ เย็นสบาย และสวยเกินบรรยาย
การได้นั่งอยู่ใน Mitsubishi Lancer Champ III วัย 36 ปี ค่อย ๆ ไต่โค้งลงจากภูเขา เคล้ากับวิวสีเขียวและสายหมอกที่ลอยผ่านกระจก เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ทำให้รู้ว่า ความสุขของการเดินทาง ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือทุกกิโลเมตรที่ได้สัมผัสระหว่างทาง
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ฟีลดีที่สุดของทริปนี้เลยก็ว่าได้


ก่อนออกจากจังหวัดยะลา ขอแวะเติมคาเฟอีนอีกแก้วที่ Lulu Space & Cafe คาเฟ่บรรยากาศดี ราคาเป็นมิตร เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินทาง




จากนั้นมุ่งหน้าสู่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อถวายเทียนพรรษาและสังฆทาน ก่อนแวะรับประทานติ่มซำที่ โกปี๊ สาขาศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช
อิ่มท้องแล้วจึงเดินทางต่อสู่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

ค่ำคืนนี้เราโชคดีมาก ได้พักที่ Room No.3 Khanom บ้านพักติดทะเล ราคาหลังละเพียง 700 บาท
เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็รีบลงเล่นน้ำทะเลทันที หาดหน้าด่านเงียบสงบ น้ำทะเลใส หาดทรายขาว และลมทะเลเย็นสบาย

มื้อเย็นฝากท้องไว้ที่ ครัวหน้าด่าน ร้านอาหารใต้รสชาติดีที่อยู่ติดกับที่พัก ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยการนั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ริมชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดฝั่งอย่างเพลิดเพลิน
วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 : เก็บความสุขริมทะเล ก่อนกลับบ้าน
เช้าวันสุดท้าย เริ่มต้นด้วยการนั่งจิบกาแฟริมทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ก่อนออกไปหาอาหารเช้าที่ ขนำ ติ่มซำ ซึ่งขึ้นชื่อของอำเภอขนอม

จากนั้นเริ่มต้นการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางแวะพักที่ บ้านใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดื่มกาแฟและชิมพิซซ่าโฮมเมด

ช่วงบ่ายแวะถวายเทียนพรรษาและสังฆทานที่ วัดคลองกอ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนช่วงเย็นแวะรับประทานอาหารใต้ที่ร้าน หอมแกงใต้ แล้วปิดท้ายทริปด้วยการแวะไหว้ เจ้าพ่อเขาลูกช้าง ขอพรให้เดินทางปลอดภัย
หลังขับรถยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง พวกเรากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันใหม่
สรุปการเดินทาง
ตลอด 4 วัน 3 คืน เราได้ทั้งทำบุญ ไหว้พระ ชมทะเลหมอก เล่นน้ำทะเล ชิมอาหารพื้นถิ่น และสัมผัสมิตรภาพจากผู้คนระหว่างทาง
ทริปนี้สอนให้รู้ว่า…
ความสุขของการเดินทาง ไม่ได้อยู่แค่ปลายทาง แต่อยู่ในทุกกิโลเมตรที่เราได้ออกไปใช้ชีวิต
และทริปนี้ไม่ได้มีเพียงภาพทะเลหมอก วัดสวย หรือทะเลที่งดงาม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ Mitsubishi Lancer Champ III รถอายุกว่า 36 ปี ของ Neung Indie ที่ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
กว่า 3,000 กิโลเมตร ผ่านแดด ฝน ภูเขา และถนนหลายรูปแบบ รถคันนี้พาพวกเราไปถึงทุกจุดหมายและพากลับบ้านอย่างปลอดภัย
บางครั้ง…คุณค่าของรถไม่ได้อยู่ที่ความใหม่ แต่อยู่ที่การดูแลรักษา ความใส่ใจ และเรื่องราวที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

สรุปค่าใช้จ่าย Road Trip
📍 เส้นทาง: นนทบุรี – เบตง – อัยเยอร์เวง – นครศรีธรรมราช – ขนอม – นนทบุรี
🚗 พาหนะ: Mitsubishi Lancer Champ III อายุรถกว่า 36 ปี
🛣️ ระยะทางรวม: กว่า 3,000 กิโลเมตร
⛽ ค่าน้ำมัน: 6,300 บาท
🏡 ค่าที่พัก: 2,400 บาท (2 คืน)
💰 ค่าใช้จ่ายรวมตลอดทริป: ประมาณ 14,000 บาท (รวมค่าน้ำมัน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ากาแฟ และค่าใช้จ่ายระหว่างทาง)
👥 ผู้ร่วมเดินทาง: 4 คน
เฉลี่ยแล้วใช้งบประมาณเพียง ประมาณ 3,500 บาทต่อคน สำหรับทริป 4 วัน 3 คืน ได้ทั้งไหว้พระ ทำบุญ ชมทะเลหมอก เล่นน้ำทะเล ชิมอาหารท้องถิ่น และพิสูจน์ให้เห็นว่ารถคลาสสิกอายุกว่า 36 ปี หากดูแลรักษาเป็นอย่างดี ก็ยังสามารถพาเราออกเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ
ขอบคุณจากใจ
Road Trip ครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ หากไม่มีคนที่อยู่เบื้องหลังทุกกิโลเมตร
ขอขอบคุณ Neung Indie เจ้าของรถ Mitsubishi Lancer Champ III คู่ใจ ที่ทั้งรับหน้าที่คนขับ ดูแลรถตลอดการเดินทาง และยังเป็นช่างภาพประจำทริป เก็บทุกความทรงจำสวย ๆ ตลอดเส้นทางกว่า 3,000 กิโลเมตร
ขอบคุณสำหรับความทุ่มเท ความอดทน และความใส่ใจในทุกรายละเอียด จนทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความประทับใจ และเรื่องราวดี ๆ ที่จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป
แล้วพบกันใหม่…ใน Road Trip ครั้งต่อไป 🚗💨
OnTheWay360 | Every Road Has a Story.


