เปิดตำนาน วัดหลวงรัชกาลที่ 5 “วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร” หนึ่งในแลนด์มาร์กศรัทธาแห่งเกาะสีชัง

บนเกาะเล็ก ๆ กลางอ่าวไทยอย่าง เกาะสีชัง มีวัดสำคัญที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน นั่นคือ วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี ประเภทวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บริเวณท่าเทียบเรือเทววงศ์ ตำบลท่าเทววงษ์ บริเวณเชิงเขาและส่วนหัวของเกาะ บนไหล่เขาที่เรียกว่า “เขาคยาศิระ”

วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวเกาะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ไทย และการพัฒนาเกาะสีชังในอดีตอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของวัดเพื่อชาวเกาะ

ในอดีต ชุมชนบนเกาะสีชังตั้งอยู่กระจายตามแนวชายฝั่ง เมื่อมีการสร้าง ถนนอัษฎางค์ ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากย้ายบ้านเรือนและเรือไปตั้งถิ่นฐานบริเวณปลายแหลมทางเหนือของเกาะ ส่งผลให้ชาวบ้านอยู่ห่างไกลจากวัดเดิมบนเกาะ

ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านสามารถมาทำบุญตักบาตรได้สะดวก พร้อมทั้งทรงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระราชโอรส คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิเรก

วัดได้รับพระราชทานนามว่า “วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม” เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2435 และต่อมามีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ประเภทวรมหาวิหาร

การย้ายที่ตั้งวัดในอดีต

ก่อนจะมาตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน วัดแห่งนี้มีประวัติการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง เดิมที พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี สร้างวัดขึ้นบริเวณแหลมแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรเลข

ต่อมาเมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับที่เกาะสีชัง วัดจึงถูกย้ายไปอยู่บริเวณวัดอัษฎางคนิมิตร แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชฐาน จึงไม่สะดวกต่อการใช้งาน

ท้ายที่สุดจึงมีพระบรมราชโองการให้ย้ายวัดมาตั้งที่ ท่าภานุรังษี ซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน และยังมีหน้าที่ดูแลรักษา รอยพระพุทธบาทจำลองบนไหล่เขาคยาศิระ อีกด้วย

การก่อสร้างพระอุโบสถ

ในระยะแรก วัดแห่งนี้ยังไม่มีพระอุโบสถเป็นหลักฐานสำคัญ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2477 มีพระบรมราชานุญาตให้ พระครูสุทธิรัตน์ จากวัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และท่านได้ดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถขึ้นจนสำเร็จ

พระประธานภายในอุโบสถเป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 97 เซนติเมตร และสูงประมาณ 1.25 เมตร มีพุทธลักษณะที่งดงามและสง่างาม

โบราณวัตถุสำคัญภายในวัด

ด้วยความที่วัดจุฑาทิศธรรมสภารามฯ เป็นวัดสำคัญที่พระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์เสด็จมาเยือนหลายครั้ง ภายในวัดจึงมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ทรงคุณค่า ได้แก่

ตู้พระไตรปิฎก
คาดว่าเป็นผลงานช่างหลวงในสมัยรัตนโกสินทร์ มีลวดลายแบบ ลายรดน้ำ อันเป็นศิลปกรรมชั้นสูงที่นิยมในราชสำนัก

ธรรมาสน์ไม้แกะสลัก
ภายในวัดมีธรรมาสน์ที่มีลวดลายแกะสลักอย่างละเอียด บางชิ้นอาจเป็นธรรมาสน์มุก ซึ่งสะท้อนฝีมือช่างไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4–5

พระพุทธรูปโบราณและเครื่องราชทาน
นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมถึงสิ่งของที่ได้รับพระราชทานในอดีต ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของวัด

วัดสำคัญคู่เกาะสีชัง

ปัจจุบัน วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร ถือเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของเกาะสีชัง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงท่าเรือมักแวะมาสักการะพระประธาน ชมพระอุโบสถ และเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักไทย

นอกจากความงดงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว วัดแห่งนี้ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ ชุมชนชาวเกาะ และพุทธศาสนา ที่สืบทอดต่อกันมากว่าร้อยปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *